เสริมจมูกแบบโอเพ่น
ทีมแพทย์ SU:I
ทีมแพทย์ SU:I

เสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open) คืออะไร ? เหมาะกับใคร มีข้อดี-ข้อเสียยังไง

เสริมจมูกแบบโอเพ่น

เสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open) ถือเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่ต้องการปรับโครงสร้างจมูกใหม่อย่างละเอียด จมูกเบี้ยว คนที่เคยเสริมจมูกมาแล้วต้องการแก้ หรืออยากได้ทรงจมูกที่ชัดเจนและตรงตามความต้องการ หลายคนอาจสงสัยว่าเทคนิคนี้เหมาะกับตัวเองหรือไม่ ควรพิจารณาอะไรบ้างก่อนตัดสินใจก่อนทำ

SUI จะพามาค้นหาคำตอบทั้งหมดเกี่ยวกับการเสริมจมูกด้วยเทคนิค Open ตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนทำ ไปจนถึงข้อดี ข้อเสีย รีวิวจริง และคำถามที่พบบ่อย เพื่อช่วยให้ทุกคนตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

เสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open) คืออะไร

เสริมจมูกแบบโอเพ่น คือ

เสริมจมูกแบบโอเพ่น หรือเสริมจมูกแบบเปิด (Open Structural Reconstructive Rhinoplasty / Open Recon) คือ เทคนิคการศัลยกรรมจมูกที่เน้นการปรับโครงสร้างภายในทั้งหมด เพื่อแก้ไขปัญหาจมูกอย่างครอบคลุม โดยการผ่าตัดแบบเปิดจะใช้เทคนิคทั้งการตอกฐาน, แก้ไขโครงสร้าง, ตั้งแกนกลาง/ยืดผนังกั้นจมูกด้วยกระดูกอ่อน, ลดขนาดปลาย, และต่อแกนจมูกให้ยาวขึ้น ก่อนเสริมทับด้วยซิลิโคนบนฐานที่ได้รับการแก้ไขแล้ว

ทำความเข้าใจ โครงสร้าง วิธีเลือกรูปทรงจมูกให้เข้ากับใบหน้า

การเลือกรูปทรงจมูกที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าและเนื้อจมูกเดิมของแต่ละบุคคลเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความสวยงามและเป็นธรรมชาติที่สุด

ทรงจมูกลักษณะเด่นความเหมาะสม
จมูกทรงหยดน้ำเสริมปลายจมูกให้ยาวและโค้งมนคล้ายหยดน้ำเหมาะสำหรับผู้ที่มีรูปจมูกยาวพอเหมาะและมีเนื้อปลายจมูกเพียงพอ (ควรระวังหากมีเนื้อน้อย เพราะอาจเสี่ยงต่อการทะลุ)
จมูกปลายเชิดตกแต่งให้ปลายจมูกยกเชิดขึ้นเหมาะสำหรับผู้ที่มีจมูกงุ้มหรือฐานจมูกค่อนข้างกว้าง เพื่อให้ใบหน้าดูโฉบเฉี่ยว
จมูกปลายพุ่งเน้นให้สันจมูกคม ปลายจมูกยกสูงขึ้นเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาดั้งจมูกไม่โด่งหรือไม่สมส่วน ต้องการให้ใบหน้าดูมีมิติและสมส่วนแบบสายฝอ
จมูกทรงบาร์บี้ไลน์สันจมูกสูง ปลายเรียวเล็กคล้ายตุ๊กตาบาร์บี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีจมูกเล็ก ปีกจมูกแคบ แต่ยังมีเนื้อจมูกพอสมควร
จมูกทรงเน้นสันปลายเชิดเล็กน้อยเน้นบริเวณสันจมูกให้สูงและปลายเชิดขึ้นเล็กน้อยเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีดั้ง เพื่อเสริมความสมดุลและความสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ

เสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open) กับ เสริมจมูกแบบปิด (Close) ต่างกันอย่างไร

  • การเสริมจมูกแบบปิด (Closed Rhinoplasty) ซึ่งเป็นการผ่าตัดเล็ก ใช้ยาชาเฉพาะที่ ใช้เวลาประมาณ 60–90 นาที ศัลยแพทย์จะเน้นการปรับแต่งซิลิโคนและตะไบฐานจมูกเดิม แล้ววางซิลิโคนเพื่อเสริมสันจมูกให้โด่ง เรียวสวย โดยการแก้ไขจะจำกัดอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของเนื้อเยื่อและโครงสร้างเดิม
  • การเสริมจมูกแบบเปิด (Open Rhinoplasty) เป็นการผ่าตัดที่ซับซ้อนกว่า มีการใช้ยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์ และใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ศัลยแพทย์จะทำการเปิดแผลเพื่อเข้าไปแก้ไขโครงสร้างภายในจมูกอย่างละเอียด เช่น การปรับฐาน ตอกฐาน ตั้งแกน หรือยืดผนังกั้นจมูก ก่อนจะวางซิลิโคนหรือวัสดุอื่น ๆ บนโครงสร้างใหม่ที่แข็งแรง ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างที่ซับซ้อนและให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำกว่า

เสริมจมูกโอเพ่น เหมาะสำหรับใครบ้าง 

เสริมจมูกแบบโอเพ่น เข้ากับใคร

1. ผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างจมูกที่ซับซ้อน

  • คนที่มีปลายจมูกสั้นกลม หรือปลายจมูกที่ต้องการความพุ่งและเรียว
  • คนที่มีปลายจมูกงุ้ม (Hooked Nose)
  • คนที่มีปลายจมูกเชิด (Upturned Nose) ที่ต้องการลดความเชิดลง
  • คนที่มีจมูกใหญ่ หรือกว้าง ที่ต้องการการปรับขนาดให้สมส่วน
  • คนที่มีสันจมูกคด (Deviated Septum) หรือเอียง
  • คนที่มีสันจมูกเป็นฮัมพ์ (Hump) หรือกระดูกปูด

2. ผู้ที่ต้องการปรับเปลี่ยนรูปทรงจมูก

  • คนที่ต้องการเสริมจมูกตามเทรนด์ หรือสไตล์ต่างประเทศที่ชัดเจน
  • คนที่ต้องการเสริมจมูกแบบตะวันตก (ฝรั่ง) ที่เน้นความโด่งคมชัด
  • คนที่ต้องการเสริมจมูกแบบเกาหลี ที่เน้นความละมุนและปลายหยดน้ำ

เสริมจมูกโอเพ่น ไม่เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่โครงสร้างจมูกไม่ซับซ้อน หรือต้องการปรับเพียงเล็กน้อย: หากต้องการแค่เสริมสันจมูกเล็กน้อย หรือไม่มีปัญหาโครงสร้างเดิมที่ต้องแก้ไขอย่างละเอียด เทคนิคแบบปิด (Closed Rhinoplasty) อาจเพียงพอและเหมาะสมกว่า เพราะฟื้นตัวเร็วกว่า และไม่มีแผลภายนอกบริเวณฐานจมูก
  • ผู้ที่ไม่สะดวกหรือไม่ต้องการวางยาสลบ/ยานอนหลับ: การผ่าตัดแบบโอเพ่นต้องใช้การวางยาสลบหรือยานอนหลับชนิดเข้มข้น ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงต่อการวางยาสลบสูง หรือมีความกังวลเรื่องยาสลบ อาจพิจารณาเทคนิคแบบปิดที่ใช้เพียงยาชาเฉพาะที่แทน
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด: เช่น โรคฮีโมฟีเลีย หรือภาวะเลือดออกง่ายผิดปกติ ควรหลีกเลี่ยงการผ่าตัดแบบโอเพ่นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการผ่าตัดที่ลึกและมีแผลเปิด ซึ่งเสี่ยงต่อภาวะเลือดออกมากหรือหยุดยากระหว่างและหลังการผ่าตัด


เสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open) ใช้วัสดุอะไรได้บ้าง ?

วัสดุเสริมสันจมูก

  • ซิลิโคน เป็นที่นิยมมากสามารถเหลาปรับแต่งทรงให้เข้ากับแต่ละบุคคล มีความนิ่ม ยืดหยุ่น ทรงสวย ดูไม่แข็งทื่อและอยู่ได้อย่างถาวร
  • เนื้อเยื่อเทียม ที่มีคุณสมบัติคล้ายฟองน้ำ นิ่ม ยืดหยุ่น ให้ความสูงและความหนากับผิว เมื่อเวลาผ่านไปเนื้อเยื่อเทียมจะค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเยื่อเมื่อร่างกายสร้างหลอดเลือดและเส้นประสาทมาเลี้ยง
  • GORE-TEX ใช้ทำหลอดเลือดเทียม ซึ่งช่วยลดโอกาสเกิดพังผืดและจะรวมเข้ากับเนื้อเยื่อ แต่มีข้อด้อยคืออาจเกิดการยุบตัว 5-10% ในช่วง 1 ปีแรก

วัสดุรองปลายจมูก 

  • กระดูกอ่อนหลังหู เป็นวัสดุที่นิยมใช้มากที่สุดเพื่อเสริมปลายให้อยู่ถาวร แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องปริมาณและเกิดแผลที่หลังหู
  • เนื้อเยื่อก้นกบ มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับการทำทรงจมูกสไตล์เกาหลีที่เน้นความละมุน แต่ก็มีโอกาสยุบตัวได้
  • เนื้อเยื่อเทียม ที่เป็นวัสดุจากภายนอก ใช้รองปลายจมูกลดการสัมผัสซิลิโคนกับเนื้อจมูกโดยตรง แต่มีโอกาสยุบตัวและแพ้ได้ง่ายกว่า 
  • กระดูกอ่อนซี่โครง เป็นวัสดุที่แข็งแรงและใช้ได้ทั้งสันจมูกและปลายจมูกในเทคนิคโอเพ่น โดยเฉพาะเคสที่ต้องสร้างโครงสร้างใหม่หรือเคยแก้จมูกมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งต้องผ่าตัดใหญ่และมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น

เสริมจมูกโอเพ่น ใช้วัสดุอะไร ถ้าไม่มีซิลิโคนบริเวณปลาย 

หากไม่ใช้ซิลิโคนบริเวณปลายจมูกศัลยแพทย์จะใช้เนื้อเยื่อหรือกระดูกอ่อนจากร่างกายของผู้เข้ารับการผ่าตัดเป็นหลัก เพื่อสร้างความแข็งแรงและความสวยงามของปลายจมูก ได้แก่

  • กระดูกอ่อนซี่โครงตัวเอง ใช้สร้างโครงสร้างและเสริมปลายจมูกให้มีความพุ่งอย่างแข็งแรงและเป็นธรรมชาติ
  • กระดูกอ่อนหลังหู เป็นวัสดุยอดนิยมในการรองปลายจมูก เนื่องจากมีความโค้งและยืดหยุ่นใกล้เคียงปลายจมูก
  • กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก ใช้ในการยืดผนังกั้นจมูกเพื่อสร้างความยาวและความโด่งของปลายจมูก
  • การตกแต่งปรับโครงสร้างจมูกเดิม เพื่อปรับปรุงรูปร่างของกระดูกอ่อนและเนื้อเยื่อเดิมให้สวยงามและแข็งแรงขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งวัสดุสังเคราะห์ที่ปลายจมูก 

เสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open) แก้ปัญหาอะไร

เสริมจมูกแบบโอเพ่น ช่วยอะไรบ้าง

การเสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open) เหมาะสำหรับการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนและให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ โดยหลัก ๆ แล้วเทคนิคนี้ใช้แก้ปัญหาในกลุ่มบุคคลดังนี้

ปัญหาจมูกเบี้ยว จมูกสั้น ฐานกว้าง หรือมีความผิดรูปของโครงสร้างภายใน ศัลยแพทย์สามารถจัดเรียงกระดูกอ่อนใหม่ ปรับความยาว และสร้างความสมดุลของจมูกได้อย่างตรงจุด เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่เคยเสริมจมูกมาแล้วไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ เช่น ทรงเบี้ยวเอียง ปลายเชิด/ทู่ ซิลิโคนลอย โครงสร้างภายในเคลื่อน หรือมีปัญหาพังผืดรัดจมูก เทคนิคโอเพ่นช่วยให้ศัลยแพทย์ประเมินและแก้ไขปัญหาที่แท้จริงภายในได้อย่างแม่นยำ

ข้อดีและข้อควรระวังของการเสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open)

เสริมจมูกแบบโอเพ่น ข้อดี และ ข้อเสีย

ข้อดีของการเสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open)

  1. แก้ไขปัญหาได้แทบทุกรูปแบบและมีความซับซ้อนสูง: เนื่องจากศัลยแพทย์สามารถมองเห็นและปรับแต่งโครงสร้างภายในจมูกได้โดยตรง จึงสามารถแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างถูกจุด เช่น ปัญหาพังผืด จมูกบิดเบี้ยว หรือเคสแก้ไขจมูกที่เคยผ่านการผ่าตัดมาแล้ว
  2. ให้จมูกทรงที่โด่งพุ่งและสวยงาม: การใช้เทคนิคโอเพ่นช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถปรับโครงสร้างและยืดผนังกั้นจมูกได้ ทำให้ฐานจมูกมีความแข็งแรง ส่งผลให้สามารถเสริมจมูกให้โด่งพุ่งและได้รูปทรงที่สวยงามตามที่ต้องการ
  3. สามารถแก้ไขจมูกที่เคยผ่านการฉีดสารเหลว: เทคนิคนี้ช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถเลาะสารเหลว เช่น ฟิลเลอร์ หรือไหม ที่ทำให้เกิดพังผืดและความผิดปกติของเนื้อเยื่อจมูกออกได้อย่างหมดจด ก่อนที่จะทำการเสริมจมูกต่อไป ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญของศัลยแพทย์สูง
  4. มีความปลอดภัยในระยะยาว: การปรับโครงสร้างและการยืดผนังกั้นจมูกด้วยกระดูกอ่อนหรือวัสดุทดแทน เป็นการสร้างฐานที่แข็งแรงรองรับการเสริมวัสดุอื่น ๆ ทำให้โครงสร้างจมูกมีความมั่นคง และช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาในระยะยาว

ข้อควรระวังและข้อแนะนำ

เนื่องจากการเสริมจมูกแบบโอเพ่นเป็นการผ่าตัดที่ยากและซับซ้อน ผู้เข้ารับการผ่าตัดจึงควรเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือและทีมศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญและประสบการณ์สูง นอกจากนี้ ควรมีการดูแลตนเองอย่างเคร่งครัดก่อนและหลังการผ่าตัด เช่น การงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 6 เดือน งดแอลกอฮอล์และวิตามินที่ทำให้เลือดออกง่ายก่อนผ่าตัด 2 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open)

  1. แจ้งประวัติสุขภาพอย่างละเอียด: ควรแจ้งศัลยแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา และประวัติการผ่าตัดที่เคยมีมาทั้งหมด
  2. งดยาและอาหารเสริม: ควรงดการใช้ยาแอสไพริน วิตามินอี น้ำมันปลา หรือสมุนไพรที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เป็นเวลาอย่างน้อย 7-14 วัน ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  3. งดบุหรี่และแอลกอฮอล์: ควรหยุดสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด เพื่อส่งเสริมให้แผลสมานตัวได้ดี และลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ
  4. การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด: ปฏิบัติตามคำแนะนำของศัลยแพทย์เรื่องการงดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องมีการดมยาสลบ
  5. วางแผนการพักฟื้น: ควรวางแผนลางานและจัดเตรียมผู้ดูแลในช่วง 1-2 วันแรกหลังการผ่าตัด รวมถึงเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น หมอนรองคอ อุปกรณ์ประคบเย็น และยาตามที่ศัลยแพทย์แพทย์สั่ง

ขั้นตอนการเสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open)

การเสริมจมูกแบบโอเพ่นเป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อน โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้

  1. การเปิดแผลและเปิดเผยโครงสร้าง: ศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณฐานจมูก (แกนกลางระหว่างรูจมูก) เพื่อให้มองเห็นโครงสร้างกระดูกและกระดูกอ่อนภายในทั้งหมดอย่างชัดเจน
  2. การปรับแต่งโครงสร้างและการเสริม: เป็นขั้นตอนสำคัญที่ศัลยแพทย์จะทำการแก้ไขโครงสร้างที่มีปัญหา เช่น ปรับแต่งกระดูกอ่อน จัดเรียงผนังกั้นจมูก และเสริมปลายจมูกด้วยวัสดุที่เลือกไว้ เช่น กระดูกอ่อนหลังหูหรือกระดูกอ่อนซี่โครง
  3. การปิดแผลและเข้าเฝือก: เมื่อปรับแต่งโครงสร้างเสร็จสิ้น ศัลยแพทย์จะเย็บปิดแผลอย่างละเอียดและปราณีต จากนั้นจะติดเฝือกเพื่อช่วยพยุงและรักษารูปทรงจมูกใหม่ในช่วงแรกของการพักฟื้น

วิธีดูแลหลังผ่าตัดเสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open)

การดูแลตนเองอย่างถูกวิธีหลังการเสริมจมูกแบบโอเพ่นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการฟื้นตัวของโครงสร้างภายในและผลลัพธ์ในระยะยาว โดยมีข้อแนะนำที่ควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ดังนี้

  1. การประคบเย็น: ควรประคบเย็นบริเวณรอบจมูกอย่างเบามือในช่วง 48 ชั่วโมงแรก เพื่อช่วยลดอาการบวมและรอยช้ำ
  2. ท่าทางการนอน: นอนยกศีรษะให้สูงกว่าลำตัวในช่วง 1 สัปดาห์แรก และหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ เพื่อลดอาการบวมและการกดทับจมูก
  3. หลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือน: งดการจับ กด บีบ หรือสะบัดจมูก โดยเฉพาะในช่วง 1-2 เดือนแรก เพื่อป้องกันไม่ให้โครงสร้างจมูกใหม่เกิดการเคลื่อนที่
  4. กิจกรรมที่ต้องออกแรง: ควรงดการออกกำลังกายหนักหรือการออกแรงมาก ๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพื่อลดแรงดันในร่างกายที่อาจส่งผลกระทบต่อแผล
  5. การดูแลแผลและใบหน้า: หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า ทาครีม หรือล้างหน้าแรง ๆ บริเวณจมูก จนกว่าแผลผ่าตัดจะปิดสนิทและได้รับอนุญาตจากศัลยแพทย์
  6. การรับประทานยา: รับประทานยาตามที่ศัลยแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ทั้งยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) และยาแก้ปวด
  7. การติดตามผล: ควรเข้ารับการตรวจและติดตามผลตามนัดหมายของศัลยแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อตรวจดูการสมานของแผล การตัดไหม และความเข้าที่ของทรงจมูก


เสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open) ราคาเท่าไหร่

ราคาโดยประมาณของการเสริมจมูกแบบโอเพ่นที่ SUI เริ่มต้น 174,000 บาท ราคานี้จะครอบคลุมค่าผ่าตัด ค่ายา วัสดุที่ใช้ ยาชา ยาสลบ และค่าดูแลหลังการผ่าตัดแบบครบวงจร อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหลักที่มีผลต่อราคาจะขึ้นอยู่กับ:

  1. ระดับความยากและความซับซ้อนของเคส: เคสแก้ไขที่เคยเสริมมาแล้ว เคสจมูกเบี้ยว หรือมีปลายจมูกบางมาก มักต้องใช้เวลาผ่าตัดและเทคนิคเฉพาะทางที่ซับซ้อนกว่า ทำให้ราคาสูงขึ้น
  2. วัสดุและเทคนิคการผ่าตัดที่ใช้: การเลือกใช้ซิลิโคนคุณภาพสูง วัสดุเสริมพิเศษ หรือเทคนิคที่ใช้ร่วมเพิ่มเติม เช่น การใช้กระดูกอ่อนหลังหูหรือกระดูกอ่อนซี่โครงของผู้ป่วยเอง จะมีผลต่อค่าใช้จ่าย
  3. ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์: ศัลยแพทย์เฉพาะทางที่มีชื่อเสียงและมีประสบการณ์สูงในการทำผ่าตัดแบบโอเพ่น มักมีค่าฝีมือที่สูงกว่า
  4. มาตรฐานของสถานพยาบาลและทีมดูแล: การผ่าตัดในคลินิกหรือโรงพยาบาลที่มีห้องผ่าตัดได้มาตรฐาน มีระบบวิสัญญีแพทย์ และทีมดูแลหลังผ่าตัดครบวงจร จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าสถานพยาบาลทั่วไป

ปัจจัยสำคัญในการพิจารณาเลือกสถานที่เสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open)  ที่ไหนดี

  1. ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของศัลยแพทย์ ศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีความชำนาญเฉพาะทางและมีประสบการณ์สูงในการผ่าตัดเสริมจมูกแบบ Open โดยตรง เนื่องจากเทคนิค Open ต้องเปิดแผลและปรับโครงสร้างจมูกอย่างละเอียด ศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถวางแผนการรักษา ออกแบบทรงจมูกให้เข้ากับใบหน้าได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย ลดความเสี่ยง และสามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างจมูกได้อย่างแม่นยำ
  2. มาตรฐานและความน่าเชื่อถือของสถานพยาบาล/คลินิก สถานพยาบาลหรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองจากหน่วยงานทางการแพทย์ ต้องมีห้องผ่าตัดที่สะอาด ปลอดเชื้อ และใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย ได้มาตรฐาน รวมถึงมีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงและภาพผลงานที่ชัดเจน เพื่อเพิ่มความมั่นใจในด้านความปลอดภัยและคุณภาพของผลลัพธ์
  3. รูปแบบและเทคนิคการเสริมจมูกที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล เลือกคลินิกที่สามารถวิเคราะห์และออกแบบการเสริมจมูกให้เหมาะสมกับโครงหน้าและปัญหาเฉพาะของแต่ละบุคคล เช่น เนื้อจมูกน้อย, จมูกสั้น, จมูกคด หรือปัญหาโครงสร้าง
  4. การดูแลหลังผ่าตัดและการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เลือกคลินิกที่มีระบบการดูแลและติดตามผลหลังการผ่าตัดอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายฟื้นตัวได้ดี และสามารถให้คำแนะนำหรือแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที
  5. ราคาและความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ ควรสอบถามราคาและรายละเอียดบริการทั้งหมดให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ ซึ่งราคาของการเสริมจมูกแบบ Open จะสูงกว่าวิธีปิด เพราะต้องใช้ความละเอียดและเทคนิคที่ซับซ้อนกว่า แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับความละเอียดในการแก้ไขปัญหาโครงสร้างและผลลัพธ์ที่ดีกว่าในระยะยาว

เสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open) ที่ SUI ดีอย่างไร?

การเสริมจมูกแบบโอเพ่นที่ SUI มีข้อดีที่โดดเด่นหลายประการ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขรูปทรงจมูกและโครงสร้างอย่างละเอียดและได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัยสูง

ข้อดีหลักของการเสริมจมูกแบบโอเพ่นที่ SUI ได้แก่

  • ศัลยแพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างภายในจมูกโดยตรง ทำให้แก้ไขปัญหาและปรับแต่งทรงจมูกได้อย่างละเอียดแม่นยำ เช่น การยืดสันจมูก ปรับปลายจมูกพุ่ง ลดความกว้างฐานจมูก และแก้ไขปัญหาฮัมพ์
  • ลดโอกาสจมูกเบี้ยว เอียง หรือปลายจมูกทะลุในอนาคต เนื่องจากสามารถใช้กระดูกอ่อนจากร่างกายตัวเองเสริมปลายแทนซิลิโคน ทำให้ปลายจมูกมีความหนาและสวยเป็นธรรมชาติ
  • สามารถแก้ไขปัญหาทางเดินหายใจได้ในกรณีจมูกคดหรือมีปัญหาภายในจมูกที่ส่งผลกับการหายใจ
  • ผลลัพธ์ทรงจมูกสวยเข้ากับโครงหน้า และคงทนปลอดภัย เนื่องจากทำโดยทีมศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทาง

ศัลยแพทย์ที่ SUI เป็นศัลยแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะด้านศัลยกรรมจมูกแบบโอเพ่น มีประสบการณ์สูงและผ่านการฝึกฝนเทคนิคในระดับมืออาชีพ สามารถออกแบบและผ่าตัดให้ตรงกับความต้องการของคนไข้ พร้อมดูแลอย่างครบวงจรตั้งแต่ก่อนผ่าตัดจนถึงการฟื้นตัว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดทั้งในแง่ความสวยงามและความปลอดภัย

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

เสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open) เจ็บไหม ปลายจมูกจะไม่ทะลุตลอดชีวิตจริงหรือไม่

การผ่าตัดเสริมจมูกแบบโอเพ่นใช้การดมยาสลบ จึงไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ แต่หลังหมดฤทธิ์ยาอาจมีอาการปวด ซึ่งบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวด เทคนิคนี้ช่วยลดโอกาสปลายจมูกทะลุลงมาก เพราะเสริมปลายด้วยกระดูกอ่อนคนไข้เองแทนซิลิโคน ทว่าโอกาสทะลุก็ยังคงมีอยู่บ้าง ขึ้นอยู่กับโครงสร้างจมูกและการดูแลรักษา

เสริมจมูกแบบโอเพ่น กี่เดือนเข้าจมูกที่

จมูกจะเริ่มเข้าที่และยุบบวมชัดเจนในช่วง 3-6 เดือนแรกหลังผ่าตัด และจะใช้เวลารวมประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปีเพื่อให้จมูกเข้าที่เต็มที่สมบูรณ์ โดยรอยแผลจะจางลงจนแทบมองไม่เห็น

เสริมจมูกแบบโอเพ่น กี่วันหายเจ็บ

อาการเจ็บปวดและบวมหนักสุดมักเกิดในช่วง 3-4 วันแรก และจะลดลงอย่างรวดเร็วจนสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติภายใน 1-2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ควรงดกิจกรรมหนักและการกระทบกระเทือนในช่วงพักฟื้นนี้

สรุป

การเสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open) เป็นเทคนิคศัลยกรรมที่เปิดแผลบริเวณฐานจมูกเพื่อปรับโครงสร้างภายในอย่างละเอียด เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาจมูกซับซ้อน เช่น จมูกเบี้ยว จมูกสั้น หรือต้องการแก้ไขจมูกที่เคยเสริมมาแล้ว เทคนิคนี้ช่วยให้ได้ทรงจมูกที่โด่งพุ่งสวยงามตามต้องการ โดยใช้กระดูกอ่อนจากร่างกายตัวเองเสริมปลายจมูกแทนซิลิโคน ลดความเสี่ยงการทะลุและให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนเป็นธรรมชาติ 

เอกสารอ้างอิง

1. Rohun Gupta, Jithin John, and et al. (2022). Outcomes of Closed versus Open Rhinoplasty: A Systematic Review. แหล่งข้อมูล : https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9507448/ 

2. Rhinoplasty (Nose Job). (n.d.). แหล่งข้อมูล : https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/11011-rhinoplasty 

3. Open Rhinoplasty. (n.d.). แหล่งข้อมูล : https://www.med.unc.edu/ent/academicaesthetics/treatments/open-rhinoplasty/ 
4. M Bussi, and M Sacchi. (1992). แหล่งข้อมูล : https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/1303010/

สาระน่ารู้เกี่ยวกับศัลยกรรมที่เกี่ยวข้อง