ตะไบฮัมพ์
ทีมแพทย์ SU:I
ทีมแพทย์ SU:I

ตะไบฮัมพ์จมูก คืออะไร? เหมาะกับทรงจมูกแบบไหน และใครควรทำ?

ตะไบฮัมพ์

หนึ่งในลักษณะจมูกที่อาจทำให้หลายคนรู้สึกไม่มั่นใจ คือ จมูกที่มีฮัมพ์ (Dorsal Hump) หรือส่วนกระดูกที่นูนเป็นสันกลางจมูกนั่นเอง แต่จะดีกว่าไหม หากสามารถลดความนูนของฮัมพ์นี้ได้โดยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมครั้งใหญ่? วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับเทคนิคที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในแวดวงความงาม นั่นก็คือ “การตะไบฮัมพ์จมูก”

ในบทความนี้ จะเจาะลึกทุกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเทคนิคการปรับโครงสร้างจมูกด้วยวิธีนี้ ตั้งแต่คำถามพื้นฐานที่ว่า ตะไบฮัมพ์จมูก คืออะไร? ไปจนถึงการพิจารณาว่าตะไบฮัมพ์เหมาะกับทรงจมูกแบบไหน?และที่สำคัญที่สุดคือ ใครควรทำ หรือใครไม่ควรทำ? 

ฮัมพ์จมูก คืออะไร

ตะไบฮัมพ์ คืออะไร

ฮัมพ์จมูก คือส่วนที่นูนออกมาตรงสันจมูก คล้ายกับ “หลังอูฐ” โดยเกิดจากการรวมกันของกระดูกแข็ง หรือกระดูกอ่อนบริเวณรอยต่อ สาเหตุหลักมาจากพันธุกรรม หรืออาจเกิดจากการกระแทกซ้ำ ๆ ที่จมูก

โครงสร้างฮัมพ์จมูกเป็นอย่างไร

โครงสร้างหลักของฮัมพ์จมูก สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ตามองค์ประกอบของส่วนที่นูนออกมา

  1. ฮัมพ์จากกระดูกแข็ง (Nasal Bone)
  2. ฮัมพ์จากกระดูกอ่อน (Upper Lateral Cartilage)
  3. ฮัมพ์แบบผสมผสาน (Combined) ที่ประกอบด้วยกระดูกแข็งและกระดูกอ่อนร่วมกัน

ทำไมควรตะไบฮัมพ์จมูกออก

ทำไมควรตะไบฮัมพ์
  • เพื่อความอ่อนหวานและเป็นธรรมชาติ: ฮัมพ์จมูกทำให้ใบหน้าดูดุ แข็งกระด้าง การตะไบช่วยให้สันจมูกเรียบเนียน โค้งมนได้รูปตามสไตล์จมูกเกาหลีที่เน้นความละมุน
  • เสริมโหงวเฮ้งและสมดุลใบหน้า: การปรับให้สันจมูกเรียบจะช่วยให้ใบหน้าโดยรวมดูสมดุล นุ่มนวล และเสริมภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นตามหลักโหงวเฮ้ง
  • เตรียมฐานจมูกให้พร้อมก่อนเสริม: การตะไบฮัมพ์เป็นการปรับฐานให้เรียบเสมอกัน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้ซิลิโคนหรือวัสดุเสริมวางแนบสนิทและพอดีกับโครงสร้างเดิม
  • ป้องกันปัญหาเบี้ยวเอียงและจมูกเป็นแท่ง: หากไม่ตะไบฮัมพ์ การวางซิลิโคนทับส่วนนูนจะทำให้ฐานไม่สมดุล เสี่ยงต่อการเกิดรอยนูนเป็นคลื่น และเพิ่มโอกาสที่ซิลิโคนจะเบี้ยวเอียงหลังการผ่าตัด ทำให้จมูกดูไม่เรียบเนียนและไม่เป็นธรรมชาติ

การเสริมจมูกแบบตะไบฮัมพ์ คืออะไร

การเสริมจมูกแบบตะไบฮัมพ์ คือการผ่าตัดที่รวมขั้นตอนการลดส่วนนูนของฮัมพ์ บริเวณสันจมูก เพื่อปรับฐานจมูกให้เรียบเนียนสมบูรณ์ ก่อนวางซิลิโคน การทำเช่นนี้ช่วยให้ซิลิโคนแนบสนิทกับโครงสร้างเดิม ป้องกันปัญหาซิลิโคนลอยหรือเบี้ยวเอียงในระยะยาว ทำให้ได้ทรงจมูกที่สวยงามและเป็นธรรมชาติ

การตะไบฮัมพ์ ทำอย่างไร

  1. การใช้เครื่องมือเฉพาะ: ศัลยแพทย์จะใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่เรียกว่า “Bone Rasp” ซึ่งมีลักษณะคล้ายตะไบ นำมาขัดหรือฝนส่วนของฮัมพ์ (ส่วนนูน) บริเวณสันจมูกให้เรียบเสมอกัน
  2. เน้นที่กระดูกแข็ง: โดยทั่วไปจะเน้นการตะไบในส่วนที่เกิดจากกระดูกแข็งเป็นหลัก
  3. ข้อควรระวังสำคัญ: ศัลยแพทย์ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังเพื่อ ไม่ให้ตะไบมากเกินไป จนทำลายเยื่อหุ้มกระดูก ซึ่งมีความสำคัญต่อการยึดเกาะของซิลิโคน
  4. การประเมินเบื้องต้น: ก่อนเริ่มขั้นตอน ต้องมีการตรวจวินิจฉัยเพื่อแยกระหว่าง “ฮัมพ์จริง” และ “ฮัมพ์ปลอม” อย่างชัดเจน เพื่อให้การตะไบเป็นไปอย่างเหมาะสมและป้องกันจมูกเสียทรง

ตะไบฮัมพ์จมูกเหมาะกับใคร

ตะไบฮัมพ์ เหมาะกับใคร

การตะไบฮัมพ์ถือเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับผู้ที่

  • มีฮัมพ์นูนชัดเจน: มีส่วนนูนบริเวณสันจมูกตั้งแต่ระดับปานกลางถึงสูง ซึ่งทำให้สันจมูกดูไม่เรียบและแข็งกระด้าง
  • ต้องการจมูกทรงละมุน: ผู้ที่ต้องการเสริมจมูกให้ได้ทรงสวยงาม เรียวละมุนแบบสไตล์เกาหลี โดยการตะไบจะช่วยปรับฐานให้เรียบเพื่อการวางซิลิโคนที่แนบชิด
  • ต้องการแก้ไขฐานจมูกไม่เรียบ: มีปัญหาจมูกโด่งอยู่แล้วแต่มีปุ่มฮัมพ์ที่ไม่เรียบเนียน ซึ่งหากไม่ตะไบก่อนเสริมซิลิโคน อาจทำให้ทรงจมูกดูเป็นแท่งและไม่สวยงาม

ตะไบฮัมพ์จมูกไม่เหมาะกับใคร

ผู้ที่ไม่เหมาะกับการตะไบฮัมพ์ หรือต้องได้รับการประเมินอย่างละเอียด

  • มี “ฮัมพ์ปลอม” (Pseudo Hump): ลักษณะที่ดูเหมือนฮัมพ์แต่แท้จริงแล้วเกิดจากส่วนอื่น เช่น โหนกคิ้วสูง หรือปลายจมูกตก หากตะไบในกรณีนี้อาจทำให้จมูกเสียทรง
  • มีกระดูก/ผิวหนังบางมาก: ผู้ที่มีโครงสร้างกระดูกจมูกบางหรือมีผิวหนังคลุมจมูกบางมาก หากตะไบมากเกินไปอาจเสี่ยงต่อการที่ซิลิโคนลอย หรือจมูกยุบตัวเสียรูปได้
  • มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ: ผู้ที่มีข้อจำกัดหรือภาวะที่ไม่เอื้อต่อการผ่าตัดเพิ่มเติม

การแก้จมูกที่มีฮัมพ์

การแก้ไขจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของจมูก

  • จมูกที่มีปลายงุ้ม: ปรับโครงสร้างปลายจมูกให้ตั้งขึ้น ร่วมกับการตะไบฮัมพ์ เพื่อลดความนูนบนสันจมูก ลดความแข็งกระด้างของรูปหน้า
  • จมูกที่มีสันเตี้ยเกินไป: ตะไบฮัมพ์น้อยหรือไม่ตะไบเลย เน้นการเสริมซิลิโคน เพื่อเพิ่มความโด่งและความเรียวอย่างเป็นธรรมชาติ
  • จมูกที่มีปลายงุ้มและสันเตี้ยเกินไป: ต้องแก้ไขทั้งสองส่วนพร้อมกัน คือ ปรับปลายจมูกให้ตั้งขึ้น และเพิ่มสันจมูกโดยการเสริม ควรควบคู่กับการตะไบฮัมพ์ ในกรณีที่มีฮัมพ์
  • จมูกที่มีสันจมูกใหญ่: ตะไบฮัมพ์เป็นหลัก เพื่อลดความนูน ทำให้สันจมูกเรียบเนียน ทรงจมูกดูละมุนและสมดุลกับใบหน้า

ข้อดี-ข้อเสียของการตะไบฮัมพ์จมูก

ข้อดีของการตะไบฮัมพ์ (Pros)

  • ช่วยให้สันจมูกเรียบตรงและดูละมุนขึ้น
  • ปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนหวาน ลดความรู้สึกหน้าดุหรือแข็งกร้าว
  • ช่วยให้การวางซิลิโคนเสริมจมูกทำได้แนบชิดกับสันจมูก ลดโอกาสซิลิโคนไหลหรือเบี้ยวเอียง
  • ช่วยแก้ไขปัญหาจมูกที่มีฮัมพ์สูงให้มีทรงสวยธรรมชาติ

ข้อเสียของการตะไบฮัมพ์ (Cons)

  • ไม่เหมาะกับจมูกที่ปลายงุ้มมาก เพราะอาจทำให้ทรงจมูกเสียรูปหรือดูผิดธรรมชาติ
  • ความเสี่ยงจากการตะไบมากเกินไป อาจทำให้สันจมูกยุบตัว ผิดรูป อาจเกิดภาวะเลือดคั่งภายใน
  • ต้องอาศัยความชำนาญสูง หากทำไม่ดีอาจทำให้โครงสร้างจมูกเสียหายและต้องแก้ไขในภายหลัง
  • มีความเสี่ยงการบวมช้ำมากขึ้น และระยะเวลาฟื้นตัวนานขึ้น

การตะไบฮัมพ์อันตรายไหม 

การตะไบฮัมพ์จัดเป็นการผ่าตัดที่มีความละเอียดอ่อนและต้องอาศัยความชำนาญสูงจากศัลยแพทย์ผู้ทำการรักษา เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนหากดำเนินการไม่เหมาะสม เช่น หากตะไบมากเกินไป อาจทำให้เกิดสันจมูกยุบตัวหรือผิดรูป, เลือดคั่ง, และเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ซึ่งจะส่งผลให้ระยะเวลาฟื้นตัวยาวนานขึ้น 

เสริมจมูกอย่างเดียว ไม่ตะไบฮัมพ์ได้ไหม

การเสริมจมูกโดยไม่ตะไบฮัมพ์สามารถทำได้ในกรณีที่ไม่มีฮัมพ์เลย หรือมีฮัมพ์ในระดับที่เล็กมาก อย่างไรก็ตาม หากมีฮัมพ์ที่เด่นชัด การเสริมซิลิโคนทับลงไปโดยตรงจะทำให้สันจมูกดูไม่เรียบ นูน และผิดทรง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงที่ซิลิโคนจะไหลหรือเบี้ยวเอียงในภายหลังได้

ตะไบฮัมพ์กับตอกฐานแตกกันยังไง 

การตะไบฮัมพ์ คือกระบวนการใช้เครื่องมือขัดหรือฝนเพื่อทำให้ส่วนที่นูน (ฮัมพ์) บนสันจมูกมีความเรียบเนียนขึ้น ในขณะที่การตอกฐาน เป็นการผ่าตัดเพื่อตัดหรือเคาะฐานกระดูกจมูก เพื่อปรับตำแหน่งหรือทำให้ฐานกระดูกแคบลง ใช้ในกรณีที่จมูกมีฐานกว้างหรือเบี้ยว ดังนั้นทั้งสองวิธีจึงเป็นขั้นตอนที่แตกต่างกันและถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาที่ต่างกันในโครงสร้างจมูก

ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง ก่อนตัดสินใจตะไบฮัมพ์  

  • มีอาการบวมช้ำหลังผ่าตัดนานขึ้น
  • มีความเสี่ยงเลือดออกในจมูกมากกว่าการเสริมจมูกทั่วไป
  • อาจมีอาการเจ็บปวดมากกว่าการเสริมจมูกปกติ
  • เสี่ยงต่อภาวะสันจมูกยุบตัวหรือผิดรูป ($\text{Saddle Nose Deformity}$) หากตะไบมากเกินไป
  • อาจเกิดภาวะเลือดคั่งหรือความเสียหายต่อเยื่อหุ้มกระดูก

การเตรียมตัวก่อนตะไบฮัมพ์

เพื่อให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่นและลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน

  • แจ้งข้อมูลสุขภาพ: แจ้งประวัติสุขภาพทั้งหมด รวมถึงโรคประจำตัว ยาที่กำลังรับประทาน และอาหารเสริมทุกชนิดให้ศัลยแพทย์ทราบอย่างละเอียด
  • งดยาและอาหารเสริมบางชนิด: ควรงด ยาแก้ปวดกลุ่มที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (เช่น แอสไพริน, ไอบูโพรเฟน) และอาหารเสริมที่อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก (เช่น น้ำมันปลา, วิตามินอี) อย่างน้อย 7-14 วัน ก่อนผ่าตัด หรือตามคำแนะนำของศัลยแพทย์
  • งดแอลกอฮอล์และบุหรี่: ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนและหลังผ่าตัด เนื่องจากมีผลต่อการหายของแผล
  • วางแผนการพักฟื้น: เตรียมตัวหยุดพักงานหรือกิจกรรมหนัก และจัดสรรเวลาให้เพียงพอสำหรับการพักฟื้นตามแผนการรักษา

ขั้นตอนการตะไบฮัมพ์จมูก

ขั้นตอนการตะไบฮัมพ์

การผ่าตัดจะทำโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

  1. ประเมินและวางแผน: ศัลยแพทย์จะตรวจและประเมินโครงสร้างจมูก ทรงจมูก และขนาดของส่วนนูน (Hump) อย่างละเอียด
  2. ให้ยาชา/ยาสลบ: ให้ยาชาเฉพาะที่ หรือให้ยาสลบตามความเหมาะสมและตามแผนการผ่าตัด
  3. การกำจัดส่วนนูน: ศัลยแพทย์จะใช้เครื่องมือพิเศษ เช่น เครื่องมือขัด หรือตะไบ เพื่อลดขนาดส่วนที่เป็นกระดูกนูน (Hump) ออกไปอย่างระมัดระวัง เพื่อปรับให้สันจมูกเรียบขึ้น
  4. ปิดแผลและติดตามผล: ทำความสะอาดและดูแลแผล จากนั้นจะมีการติดตามอาการหลังทำอย่างใกล้ชิด

วิธีดูหลังตัวเองหลังตะไบฮัมพ์

การดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้จมูกเข้าที่และลดบวม:

  • ประคบเย็น: ประคบเย็นบริเวณรอบ ๆ จมูกในช่วง 48 ชั่วโมงแรก เพื่อช่วยลดอาการบวมและลดรอยช้ำ
  • ท่านอนที่ถูกต้อง: นอนหนุนศีรษะให้สูงกว่าลำตัว และหลีกเลี่ยงการนอนตะแคง ในช่วงแรก เพื่อลดอาการบวม
  • ระมัดระวังการกระทบกระเทือน: งดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการกระแทกจมูก และห้ามบีบหรือจับจมูกแรง ๆ
  • การนัดหมายศัลยแพทย์: มาพบศัลยแพทย์ตามวันนัดเพื่อตรวจอาการ ดูแลแผล และตัดไหม (ถ้ามี)
  • งดสิ่งกระตุ้น: งดการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาพักฟื้นตามที่ศัลยแพทย์แนะนำ

ตะไบฮัมพ์ ราคาเท่าไหร่?

ราคาโดยทั่วไปขึ้นกับความยากง่ายของเคส หากใครสนใจและต้องการขอคำปรึกษาพร้อมประเมินราคาเฉพาะเคส สามารถส่งรูปภาพมาให้ประเมินได้ที่ LINE ID: https://page.line.me/fxl6554w

ตะไบฮัมพ์จมูกที่ SU:I ดีอย่างไร

SU:I โดดเด่นด้วยทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมจมูกสไตล์เกาหลีที่สั่งสมประสบการณ์สูง ทำให้การแก้ไขจมูกที่มีฮัมพ์เป็นไปอย่างแม่นยำและได้ผลลัพธ์ที่สวยงามเป็นธรรมชาติ ข้อดีหลัก ๆ มีดังนี้

1. การวินิจฉัยที่แม่นยำ

ศัลยแพทย์จะทำการประเมินโครงสร้างจมูกอย่างละเอียดเพื่อแยกแยะระหว่าง “ฮัมพ์จริง” กับ “ฮัมพ์ปลอม”การวินิจฉัยที่ถูกต้องช่วยให้การตะไบเป็นไปอย่างแม่นยำ ป้องกันการตะไบผิดพลาดที่อาจทำให้จมูกเสียรูป และคงความแข็งแรงสมดุลของโครงสร้างจมูก

2. เทคนิคและเครื่องมือที่ทันสมัย

ใช้เทคนิคและเครื่องมือที่ทันสมัยในการตะไบฮัมพ์ ทำให้การควบคุมปริมาณการตะไบเป็นไปอย่างระมัดระวัง เน้นการตะไบในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ตะไบมากเกินไป เพื่อป้องกันความเสียหายต่อเยื่อหุ้มกระดูก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการฟื้นตัวที่ดี

3. ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนและเป็นธรรมชาติ

การตะไบช่วยปรับสันจมูกให้เรียบเนียน โอบรับกับฐานจมูกและซิลิโคน (หากมีการเสริมร่วมด้วย) ได้อย่างลงตัว ทำให้ทรงจมูกหลังทำดูเป็นธรรมชาติ สวยงาม และอ่อนโยนตามสไตล์เกาหลี

4. การเตรียมฐานที่ดีเยี่ยม

การปรับฐานจมูกให้เรียบจะช่วยลดความเสี่ยงที่ซิลิโคนจะลอยตัว หรือเอียงเบี้ยวในระยะยาว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมซิลิโคน เพื่อให้ได้ฐานจมูกที่สมบูรณ์แบบรองรับการเสริมให้จมูกได้รูปทรงสวยงาม

5. การดูแลและรีวิวที่เชื่อถือได้

มีการดูแลหลังผ่าตัดและติดตามผลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้รับบริการมั่นใจในการฟื้นตัวที่รวดเร็วและลดอาการบวมช้ำ มีรีวิวจากผู้รับบริการจำนวนมากที่ยืนยันถึงความพึงพอใจในผลลัพธ์ที่สวยงาม ปลอดภัย และความเป็นมืออาชีพของทีมศัลยแพทย์

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

ตะไบฮัมพ์ช่วยให้แก้เรื่องฐานจมูกเอียงหรือใหญ่ได้หรือไม่ ?

การตะไบฮัมพ์ช่วยได้เพียงเล็กน้อย เป็นการตกแต่งเฉพาะส่วนที่นูนบนสันจมูกเท่านั้น ไม่สามารถแก้ไขฐานจมูกที่เอียงหรือกว้างได้อย่างจริงจัง หากต้องการแก้ไขปัญหาฐานจมูกอย่างมีประสิทธิภาพจะต้องใช้เทคนิคตอกฐานจมูก (Osteotomy) ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ซับซ้อนและต้องอาศัยความชำนาญสูง

ถ้าอยากเสริมจมูกเทคนิคซิลิโคนแล้วต้องตะไบฮัมพ์ ช่วยให้ซิลิโคนไม่ลอย ไม่เอียงหรือไม่

ในกรณีที่ฮัมพ์ไม่สูงมาก ศัลยแพทย์สามารถเหลาซิลิโคนให้เข้ากับฮัมพ์ได้ แต่ถ้าฮัมพ์สูงหรือฐานจมูกเอียงมาก การตะไบฮัมพ์เพียงอย่างเดียวจะไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีการตอกฐานจมูกร่วมด้วย เพื่อให้ซิลิโคนวางได้แนบสนิทและลดความเสี่ยงการลอยหรือเอียง

การตะไบฮัมพ์มากเกินไป มีผลเสียอย่างไร ?

การตะไบฮัมพ์มากเกินไปอาจส่งผลเสียร้ายแรง เช่น ทำให้โครงสร้างจมูกเสียความแข็งแรง และเกิดภาวะ สันจมูกยุบตัว (Saddle Nose Deformity) ทำให้จมูกผิดรูป นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเลือดคั่งและติดเชื้อ รวมถึงทำให้ฟื้นตัวช้าและมีอาการบวมช้ำมากขึ้น

ตะไบฮัมพ์เจ็บไหม? บวมกี่วัน? 

โดยทั่วไปอาการเจ็บจะอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนอาการบวมช้ำจะอยู่ประมาณ 7-14 วัน ซึ่งขึ้นอยู่กับเทคนิคการผ่าตัดและการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดเป็นสำคัญ การประคบเย็นและการปฏิบัติตามคำแนะนำของศัลยแพทย์จะช่วยลดอาการบวมได้ดี

ถอดซิลิโคนหลังจากที่เคยตะไบฮัมพ์จมูกจะเหมือนเดิมไหม?

หลังจากการถอดซิลิโคน ฮัมพ์ที่ถูกตะไบไปแล้วจะไม่กลับมาเหมือนเดิม ทำให้สันจมูกยังคงเรียบเนียนกว่าก่อนผ่าตัด อย่างไรก็ตาม รูปร่างจมูกโดยรวมจะมีการเปลี่ยนแปลงตามการถอดซิลิโคน จึงควรปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อประเมินผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างละเอียด

สรุป

การตะไบฮัมพ์จมูก เป็นเทคนิคที่ใช้ปรับสันจมูกที่นูนชัดเจนให้เรียบเนียนและดูละมุนขึ้น เพื่อให้ได้จมูกทรงสวยเป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม การทำหัตถการนี้ต้องอาศัยความชำนาญสูงจากศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและสมบูรณ์แบบ 

สำหรับใครที่สนใจศัลยกรรมจมูกแบบครบวงจรด้วยเทคนิคสไตล์เกาหลี สามารถเข้ารับบริการได้ที่ SU:I Plastic Surgery โดยทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือหากต้องการเดินทางไปศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลีโดยตรง SR Surgery เป็นเอเจนซี่ที่พร้อมอำนวยความสะดวกทุกขั้นตอน เพื่อให้คนไข้ได้รับการดูแลอย่างมั่นใจและปลอดภัย

เอกสารอ้างอิง

1. Kathryn Watson. (2023). All About Dorsal Humps: Causes and Removal Options. แหล่งข้อมูล : https://www.healthline.com/health/dorsal-hump 

2. Jacob D. (2015). Rhinoplasty- What is a nasal hump and how is it removed?. แหล่งข้อมูล : https://drsteiger.com/south-florida-rhinoplasty-what-is-a-nasal-hump/ 

3. Badi F Aldosari, Rafeef I Alhajress, and Ahmad O Bogari. (2024). Hump Rasping Using Powered Instruments: A Retrospective Review. แหล่งข้อมูล : https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11387045/ 

4. Abrar Al Jassim, and Sami P Moubayed. (2022). Using the Autospreaders as a Cutting Guide for Component Hump Reduction in Rhinoplasty. แหล่งข้อมูล : https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9489155/ 

สาระน่ารู้เกี่ยวกับศัลยกรรมที่เกี่ยวข้อง