
เสริมจมูกแบบ Close คืออะไร ข้อดี-ข้อเสียที่ควรรู้ ต่างกับ Open ยังไง

ปัจจุบันการศัลยกรรมเสริมจมูกได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ด้วยพัฒนาการทางเทคนิคที่ก้าวหน้า ทำให้การเสริมจมูกเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นและสามารถตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะคนได้อย่างแม่นยำ เทคนิคหลัก ๆ ที่ใช้ในการเสริมจมูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การเสริมจมูกแบบ Open และการเสริมจมูกแบบ Close ซึ่งทั้ง 2 เทคนิคนี้มีจุดประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างและรูปทรงจมูกให้มีความโดดเด่นและได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้น
บทความนี้จะเจาะลึกไปที่เทคนิคการเสริมจมูกแบบ Close โดยเฉพาะ ซึ่งทาง SUI รวบรวมข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นแนวทางการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัด ข้อดี ข้อควรระวัง และคำถามที่พบบ่อย (FAQ) เพื่อช่วยให้ทุกคนตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
เสริมจมูกแบบ Close คืออะไร

การเสริมจมูกแบบ Close หรือการเสริมจมูกแบบปิด คือวิธีการผ่าตัดเสริมจมูกโดยการเปิดแผลขนาดเล็กบริเวณด้านในรูจมูกเพียงหนึ่งหรือสองจุด ศัลยแพทย์จะทำการสอดแท่งซิลิโคน (ที่ได้รับการออกแบบเฉพาะบุคคล) เข้าไปวางบนสันจมูกจนถึงปลายจมูก นอกจากนี้ อาจมีการใช้เทคนิคเสริมอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การเย็บอินเตอร์โดม หรือการรองปลายจมูกด้วยวัสดุเฉพาะ เพื่อปรับรูปทรงให้จมูกมีความสวยงามและเป็นธรรมชาติมากที่สุด
เสริมจมูกแบบ Close แก้ปัญหาอะไร
การเสริมจมูกแบบ Close เป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปทรงจมูก/โครงสร้างจมูกที่ไม่ซับซ้อนมากนัก เพิ่มความโด่งหรือปรับรูปทรงจมูกพื้นฐานเล็กน้อย โดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็นที่มองเห็นได้จากภายนอกเนื่องจากศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดผ่านรูจมูก ทำให้แผลซ่อนอยู่ด้านใน และลดรอยแผลเป็นบริเวณฐานจมูก เพิ่มความโด่งหรือปรับรูปทรงจมูกพื้นฐานเล็กน้อย
เสริมจมูกแบบ Close เหมาะกับใคร ?

การเสริมจมูกแบบ Close เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความโด่ง หรือยืดส่วนปลายจมูกประมาณ 3-5 มิลลิเมตร หรือเคสเสริมใหม่ที่ไม่มีปัญหาโครงสร้างจมูกซับซ้อน มีเนื้อปลายจมูกที่เพียงพอ และไม่มีปัญหาจมูกสั้นหรือเนื้อน้อยมากเป็นพื้นฐาน และต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติโดยไม่รบกวนโครงสร้างเดิมมากนัก นอกจากนี้ ยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการซ่อนแผลผ่าตัดจากภายนอก และต้องการระยะเวลาพักฟื้นที่รวดเร็ว
ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการเสริมจมูกแบบ Close
การเสริมจมูกแบบ Close ไม่เหมาะสมกับผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างจมูกซับซ้อน ผู้ที่ต้องแก้ไขจมูก/ปรับโครงสร้างปลายจมูก ต้องปรับฐานกระดูก หรือมีปัญหาจากการเสริมครั้งก่อน เช่น ซิลิโคนทะลุ รวมถึงผู้ที่ต้องการเสริมด้วยกระดูกอ่อนซี่โครง เนื่องจากปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยเทคนิคการเสริมจมูกแบบ Open ที่สามารถเข้าถึงและตกแต่งโครงสร้างได้อย่างแม่นยำ ดังนั้นผู้ที่มีโครงสร้างซับซ้อนควรปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อพิจารณาเลือกใช้เทคนิคเปิดซึ่งปลอดภัยและเหมาะสมกว่า
เสริมจมูกแบบ Close กับ Open ต่างกันอย่างไร ?
- เสริมจมูกแบบ Close มีข้อดีคือใช้เวลาในการผ่าตัดน้อย รบกวนเนื้อเยื่อต่ำทำให้ระยะเวลาพักฟื้นสั้น มีอาการบวมน้อย และมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า อย่างไรก็ตามข้อจำกัดของเทคนิคนี้คือไม่สามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างที่ซับซ้อนทั้งหมดได้ และยังคงมีความเสี่ยงที่ซิลิโคนจะทำให้เนื้อเยื่อปลายจมูกบางลง
- เสริมจมูกแบบ Open คือการผ่าตัดโดยการเปิดแผลบริเวณใต้จมูก ทำให้ศัลยแพทย์สามารถเข้าถึงและจัดการกับโครงสร้างจมูกได้อย่างชัดเจนและครอบคลุม เช่น การแก้ไขสันจมูกคด ฮัมพ์ หรือปรับแต่งปลายจมูกใหญ่ ซึ่งส่งผลให้ได้รูปทรงที่ต้องการอย่างแม่นยำและช่วยลดโอกาสการเบี้ยวเอียงหรือทะลุของซิลิโคน ข้อจำกัดคือใช้เวลาผ่าตัดนานกว่า อาจต้องมีการดมยาสลบ ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญสูง และมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าเทคนิคปิด
ข้อแตกต่างเปรียบเทียบแบบ Close VS. Open
| คุณสมบัติ | การเสริมจมูกแบบ Close | การเสริมจมูกแบบ Open |
| ลักษณะแผลผ่าตัด | ไม่มีแผลภายนอก (แผลซ่อนภายในรูจมูก) | มีแผลเล็ก ๆ บริเวณฐานจมูก |
| ข้อดี/จุดเด่น | แผลเล็ก/ซ่อนแผลได้ดี ฟื้นตัวไว บวมช้ำน้อยกว่า ใช้เวลาผ่าตัดสั้น | ศัลยแพทย์เห็นโครงสร้างภายในชัดเจน สามารถปรับแต่งโครงสร้าง/ปลายจมูกได้อย่างละเอียด เหมาะสำหรับการแก้ไขเคสซับซ้อน |
| ข้อจำกัด | การมองเห็นโครงสร้างจำกัด การปรับแต่งปลายจมูกทำได้น้อย ไม่เหมาะกับเคสโครงสร้างผิดรูปหรือเคสแก้จมูกที่ซับซ้อน | มีแผลที่ฐานจมูก (แม้จะเล็ก) บวมช้ำและใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า ใช้เวลานานกว่า อาจต้องใช้การดมยาสลบ และมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า |
| ความเหมาะสม | ผู้ที่ต้องการเพิ่มสันจมูกเล็กน้อย ไม่ซับซ้อน และผู้ที่ต้องการแผลน้อย | เคสแก้จมูกที่เคยทำมาแล้ว เคสที่มีโครงสร้างเบี้ยวหรือผิดรูป และผู้ที่ต้องการปรับรูปทรงปลายจมูกอย่างชัดเจน |
| ผลลัพธ์ที่ได้ | ทรงจมูกดูเป็นธรรมชาติ (เหมาะกับการปรับเพิ่มเล็กน้อย) | สามารถปรับรูปทรงได้หลากหลายและตรงตามเป้าหมาย |
| เทคนิคที่นิยมใช้ | SSTP (Simple Silicone Tip Plasty) และเทคนิคเย็บปลาย | การเสริมกระดูกอ่อน/ปลูกถ่ายเนื้อเยื่อ ร่วมด้วยได้อย่างเต็มที่ |
เสริมจมูกแบบ Close ทำทรงจมูกแบบไหนได้บ้าง?
การเสริมจมูกเทคนิคปิดสามารถทำทรงจมูกได้หลากหลาย แต่จะเน้นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและกลมกลืนกับใบหน้าเป็นหลัก ทรงที่นิยมได้แก่
- จมูกทรงหยดน้ำ แบบธรรมชาติที่เน้นความละมุน
- จมูกทรงสโลปปลายพุ่ง แบบพอดีที่เพิ่มมิติโดยไม่ดูแหลม
ซึ่งเทคนิคนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับทรงอย่างพอประมาณไม่มีปัญหาโครงสร้างจมูกซับซ้อน
วัสดุที่นิยมใช้เสริมจมูกแบบปิด
การเสริมจมูกแบบ Close จะใช้วัสดุหลักคือ ซิลิโคน ซึ่งจะถูกเหลาให้ได้รูปทรงตามความต้องการของคนไข้ เพื่อเสริมสันจมูกให้โด่งสวยงาม และเพื่อเพิ่มความปลอดภัยบริเวณปลายจมูก (ป้องกันการทะลุ) ศัลยแพทย์จะนิยมใช้กระดูกอ่อนหลังหู เนื้อเยื่อก้นกบ หรือเนื้อเยื่อเทียมในการรองปลาย
เสริมจมูกแบบ Close ใช้ซิลิโคนกี่แบบ

ซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมจมูกเทคนิคปิดแบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก ซึ่งการเลือกใช้เป็นปัจจัยสำคัญต่อผลลัพธ์และความพอดีกับใบหน้า
- ซิลิโคนสำเร็จรูป เป็นซิลิโคนที่ขึ้นรูปตามมาตรฐาน มีข้อดีคือ สะดวก รวดเร็ว และใช้เวลาผ่าตัดน้อย แต่มีข้อจำกัดด้านความพอดีสำหรับผู้ที่มีโครงสร้างจมูกไม่สมมาตร
- ซิลิโคนเหลาเอง ศัลยแพทย์จะทำการปรับแต่งรูปทรงให้เข้ากับโครงสร้างจมูกเฉพาะบุคคลอย่างละเอียด ทำให้แม้จะใช้เวลาผ่าตัดนานกว่า แต่ให้ความแม่นยำและความกลมกลืนสูง ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า
ใช้เทคนิคอะไร แต่งปลายจมูก
ในการผ่าตัดเสริมจมูกแบบ Close การตกแต่งปลายจมูกเพื่อเพิ่มความยาว ปรับรูปทรง และลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะจมูกทะลุถือเป็นขั้นตอนสำคัญ โดยทั่วไปมักใช้วิธีการรองปลายจมูกด้วยวัสดุจากร่างกายตนเอง หรือวัสดุสังเคราะห์ทางการแพทย์เพื่อเพิ่มความหนาของเนื้อเยื่อบริเวณปลายจมูกโดยเฉพาะ วัสดุที่นิยมใช้มีดังนี้
- กระดูกอ่อนหลังหู: เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมสูงสำหรับการเสริมจมูกแบบปิด โดยต้องทำการผ่าตัดเล็กเพื่อนำกระดูกอ่อนจากบริเวณหลังหูออกมาและทำการเย็บปิดแผล ให้ผลลัพธ์ที่สามารถเพิ่มความยาวและความพุ่งของปลายจมูกได้ดีกว่าวัสดุอื่น ๆ
- เนื้อเยื่อก้นกบ: เป็นเนื้อเยื่อไขมันและผิวหนังส่วนบนที่ได้จากการผ่าตัดเล็กบริเวณก้นกบของคนไข้เอง หลังจากนำเนื้อเยื่อออกมาแล้ว ศัลยแพทย์จะทำการตัดแต่งให้ได้รูปทรงที่เหมาะสม ก่อนนำไปรองปลายจมูกหลังจากการวางซิลิโคน ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ปลายจมูกดูละมุนและนุ่มนวลกว่าการใช้ซิลิโคนโดยตรง
- เนื้อเยื่อเทียม: เป็นวัสดุสังเคราะห์ทางการแพทย์ที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อเลียนแบบโครงสร้างเนื้อเยื่อของมนุษย์ (มีลักษณะเป็นแผ่นคล้ายฟองน้ำนิ่ม) สามารถนำมาใช้รองปลายจมูกในเทคนิคปิดได้เช่นกัน ไม่จำเป็นต้องทำการผ่าตัดเพื่อเก็บเกี่ยวเนื้อเยื่อจากบริเวณอื่นของร่างกายเพิ่มเติม
การเตรียมตัวก่อนเสริมจมูก
เพื่อให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่นและลดความเสี่ยง ควรปฏิบัติตามข้อแนะนำดังต่อไปนี้
- งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นระยะเวลา 14 วัน ก่อนและหลังการผ่าตัด
- งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 7-14 วันก่อนผ่าตัด เช่น แอสไพริน (Aspirin) หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เช่น Voltaren, Brufen) หากมีโรคประจำตัวหรือยาที่ต้องรับประทานเป็นประจำ โปรดปรึกษาศัลยแพทย์ก่อนการผ่าตัด
- งดการทาเล็บ ทั้งเล็บมือและเล็บเท้าในวันผ่าตัด
- ทำความสะอาดใบหน้าในวันผ่าตัด ต้องล้างเครื่องสำอางทั้งหมดออกก่อนเข้าห้องผ่าตัด
- งดรับประทานอาหารหมักดองและอาหารทะเล เพื่อป้องกันการอักเสบหลังการผ่าตัด
- เตรียมความพร้อมด้านจิตใจ ทำจิตใจให้สบายและลดความวิตกกังวลก่อนเข้ารับการผ่าตัด
ขั้นตอนการเสริมจมูกแบบ Close
- ฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณจมูกและรอจนยาออกฤทธิ์
- เปิดแผลขนาดเล็กภายในรูจมูก (แผลซ่อน)
- ทำการเลาะเนื้อเยื่อเพื่อสร้างช่องว่างและใส่ซิลิโคน/วัสดุเสริมเข้าไป
- จัดวางซิลิโคนให้อยู่ในตำแหน่งที่แม่นยำและเย็บปิดแผล
การดูแลหลังเสริมจมูก
- ประคบเย็น: ประคบตามคำแนะนำของศัลยแพทย์ในช่วง 7 วันแรก
- การใช้ยา: รับประทานยาแก้ปวดและยาแก้อักเสบตามที่ศัลยแพทย์สั่งให้ครบถ้วน เพื่อจัดการอาการปวด/บวมหลัง 24 ชั่วโมงแรก
- ท่านอน: นอนหนุนหมอนสูงหรือใช้หมอนรองคออย่างน้อย 2 วัน เพื่อลดอาการบวม
- ดูแลแผล: ทำความสะอาดแผลในรูจมูกด้วยไม้พันสำลีชุบน้ำเกลือ หลีกเลี่ยงการใช้แอลกอฮอล์หรือยาฆ่าเชื้อที่รุนแรง
- อาหารที่ควรเลี่ยง: งดอาหารร้อนจัด รสเผ็ด/รสเค็ม อาหารหมักดอง อาหารทะเล แอลกอฮอล์ และบุหรี่
- หลีกเลี่ยงฝุ่นควัน: หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝุ่นหรือควันประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการไอหรือจาม
ห้ามให้จมูกได้รับการกระแทก การชน หรือการจับบิด รวมถึงงดเล่นกีฬาที่มีการปะทะ จมูกจะเริ่มเข้าที่และสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้หลัง 1 เดือน หากไม่มีอาการแทรกซ้อน
ข้อดีของการเสริมจมูกแบบ Close

- เหมาะกับเคสเสริมใหม่ที่ไม่ซับซ้อน: เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่เสริมจมูกเป็นครั้งแรก และไม่มีปัญหาโครงสร้างจมูกเดิมที่ต้องแก้ไขมากนัก
- ใช้เวลาผ่าตัดสั้นและราคาเข้าถึงง่าย: โดยเฉลี่ยใช้เวลาผ่าตัดไม่ถึง 1 ชั่วโมง และมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นต่ำกว่าเทคนิคเปิด
- ไม่ต้องดมยาสลบ/พักฟื้นเร็ว: เป็นการผ่าตัดเล็กโดยใช้ยาชาเฉพาะที่ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วไม่ต้องนอนโรงพยาบาลและสามารถดูผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำ
- ซ่อนแผลได้ดี: แผลผ่าตัดจะอยู่ภายในรูจมูกทั้งหมดทำให้ไม่มีรอยแผลเป็นภายนอกบริเวณฐานจมูก
- อาการบวมช้ำน้อย: เนื่องจากการรบกวนเนื้อเยื่อต่ำทำให้มีอาการบวมช้ำน้อยกว่า และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้รวดเร็ว
- ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ: เหมาะสำหรับการปรับแต่งเพียงเล็กน้อย เน้นการเพิ่มความโด่งให้ดูเรียบเนียนและกลมกลืนกับใบหน้า
ข้อควรระวังของการเสริมจมูกแบบ Close
การผ่าตัดทุกชนิดมีความเสี่ยงและอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ โดยตัวอย่างภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยในการเสริมจมูก ได้แก่
- เลือดออกในจมูก: อาจมีเลือดกำเดาออกเล็กน้อยในช่วงแรกหลังผ่าตัด ควรหลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูก และหากมีการจามให้จามแบบเปิดปากเพื่อลดแรงดันบริเวณจมูก
- การติดเชื้อ: ถึงแม้การดูแลหลังผ่าตัดอย่างดีจะช่วยลดความเสี่ยง แต่การติดเชื้อยังคงเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
- หายใจลำบาก: ผู้ป่วยอาจรู้สึกหายใจทางจมูกได้ลำบากชั่วคราวในช่วงแรก เนื่องจากรูจมูกมีลักษณะเปลี่ยนแปลงไป และจำเป็นต้องหายใจทางปากแทน
เสริมจมูกแบบ Close ราคาเท่าไหร่?
ราคาเริ่มต้นสำหรับการเสริมจมูกเทคนิคปิดจะอยู่ที่ประมาณ 7.5 ล้านวอน ~174,000 บาท ซึ่งช่วงราคาจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของซิลิโคนที่เลือกใช้ เทคนิคเสริม (เช่น การรองปลาย) รวมถึงประสบการณ์และความชำนาญของศัลยแพทย์
หากมีการใช้เทคนิคเฉพาะทางหรือวัสดุพรีเมียม ราคาจะสูงขึ้นตามความซับซ้อนของแต่ละเคส ดังนั้นจึงแนะนำให้เข้ารับการประเมินจากศัลยแพทย์เพื่อทราบค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะบุคคล
ปัจจัยในการตัดสินใจ เสริมจมูกแบบ Close ที่ไหนดี?
- ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของศัลยแพทย์: ควรเลือกศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญและประสบการณ์สูงในการผ่าตัดเสริมจมูกแบบ Close โดยตรง แม้จะผ่าตัดเล็กแต่ประสบการณ์ของศัลยแพทย์มีความสำคัญในการออกแบบทรงจมูกและวางซิลิโคนได้อย่างแม่นยำ
- มาตรฐานและความน่าเชื่อถือของสถานพยาบาล: คลินิกหรือสถานพยาบาลต้องได้มาตรฐาน มีห้องผ่าตัดที่สะอาด ปลอดเชื้อ และใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัย รวมถึงมีรีวิวและผลงานที่น่าเชื่อถือ เพื่อรับรองความปลอดภัยและคุณภาพ
- รูปแบบและเทคนิคที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล: เลือกคลินิกที่สามารถวิเคราะห์และออกแบบทรงจมูกให้เหมาะสมกับโครงหน้าและความต้องการเฉพาะบุคคลได้อย่างเหมาะสม
- การดูแลหลังผ่าตัดและการติดตามผล: ควรเลือกคลินิกที่มีระบบการดูแลและติดตามผลหลังผ่าตัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การฟื้นตัวเป็นไปได้ด้วยดีและสามารถให้คำปรึกษาได้ทันท่วงทีหากเกิดปัญหา
- ราคาและความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับผลลัพธ์: ควรพิจารณาราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพของซิลิโคนที่ใช้ และประสบการณ์ของศัลยแพทย์
เสริมจมูกแบบ Close ที่ SUI ดีอย่างไร?
- ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ – ประสบการณ์และความชำนาญเฉพาะทาง
- เทคนิคและมาตรฐาน – การใช้เทคนิคที่ทันสมัยและปลอดภัย
- การออกแบบเฉพาะบุคคล – การวิเคราะห์โครงหน้าและออกแบบทรงจมูกที่เหมาะสม
- คุณภาพวัสดุ – การใช้ซิลิโคนและวัสดุคุณภาพสูง
- การดูแลหลังผ่าตัด – ระบบติดตามผลและให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง
- มาตรฐานสถานพยาบาล – ห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐานและปลอดเชื้อ
- ผลลัพธ์ทรงจมูกสวยเข้ากับโครงหน้า – คงทนและปลอดภัยเนื่องจากทำโดยทีมศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทาง
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
เสริมจมูกแบบปิดอยู่ได้นานไหม?
การเสริมจมูกเทคนิคปิดสามารถอยู่ได้ยาวนานตลอดชีวิต โดยมีปัจจัยสำคัญคือ คุณภาพซิลิโคน ความชำนาญของศัลยแพทย์ การดูแลตนเองหลังผ่าตัด ซึ่งหากไม่มีภาวะแทรกซ้อน การติดเชื้อ การกระทบกระเทือนรุนแรง หรือความต้องการเปลี่ยนทรงจมูก ก็ไม่จำเป็นต้องทำการแก้ไขใด ๆ
เสริมจมูกแบบ Close กับ Open เลือกแบบไหนดีที่สุด?
ขึ้นอยู่กับปัญหาโครงสร้างจมูกและเป้าหมายในการปรับแต่งเป็นสำคัญ โดยเทคนิค Close เหมาะสำหรับเคสที่ต้องการเพียงเสริมสันจมูกเล็กน้อยเน้นการพักฟื้นเร็วและซ่อนแผล ส่วนเทคนิค Open จะเหมาะสมกับผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างซับซ้อน เช่น จมูกเบี้ยว มีฮัมพ์สูง หรือเคสแก้จมูกเดิม เนื่องจากศัลยแพทย์สามารถเปิดแผลเพื่อเข้าถึงและปรับแต่งโครงสร้างภายในได้อย่างละเอียดและแม่นยำ
เสริมจมูกแบบ Close ใช้เวลาพักฟื้นนานแค่ไหน?
การเสริมจมูกแบบ Close มีระยะเวลาพักฟื้นเบื้องต้น 1-2 สัปดาห์ โดยอาการบวมช้ำจะลดลง และสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันทั่วไปได้ภายใน 1-3 วัน อย่างไรก็ตามรูปทรงจะเข้าที่สมบูรณ์เต็มที่ภายในประมาณ 3-6 เดือน
เสริมจมูกแบบ Close เสริมจมูกแบบ Close เจ็บไหม?
การเสริมจมูกแบบ Close จะรู้สึกไม่เจ็บมากระหว่างผ่าตัด เนื่องจากศัลยแพทย์ใช้ยาชาเฉพาะที่ หลังการผ่าตัดอาจมีอาการระบมและตึงบริเวณแผลในช่วง 1-3 วันแรก และมีอาการบวมช้ำซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ
สรุป
การเสริมจมูกแบบ Close เป็นการผ่าตัดผ่านแผลภายในรูจมูกเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความโด่งของสันจมูกเล็กน้อยโดยไม่มีปัญหาโครงสร้างซับซ้อน ข้อดีคือฟื้นตัวเร็ว บวมช้ำน้อย ซ่อนแผลได้ดี และใช้เวลาผ่าตัดสั้น อย่างไรก็ตามเทคนิคนี้มีข้อจำกัดในการปรับแต่งโครงสร้างที่ซับซ้อน ซึ่งต่างจากเทคนิค Open ที่สามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างได้ละเอียดกว่า ดังนั้นการเลือกเทคนิคที่เหมาะสมจึงควรปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินโครงสร้างและความต้องการเฉพาะบุคคล
เอกสารอ้างอิง
1. Grace Gallagher. (2021). Everything to Know About a Closed Rhinoplasty. แหล่งข้อมูล : https://www.healthline.com/health/cosmetic-surgery/closed-rhinoplasty
2. Rohun Gupta, and Jithin John. (2022). Outcomes of Closed versus Open Rhinoplasty: A Systematic Review. แหล่งข้อมูล : https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9507448/
3. Yadranko Ducic, and Robert DeFatta. (2007). Closed rhinoplasty. แหล่งข้อมูล : https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S1043181007000942
4. Nose reshaping (rhinoplasty). (2023). แหล่งข้อมูล : https://www.nhs.uk/tests-and-treatments/cosmetic-procedures/cosmetic-surgery/nose-reshaping-rhinoplasty/
5. A SCATTOLIN, and L D’ASCANIO. (2013). Grafts in “closed” rhinoplasty. แหล่งข้อมูล : https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3709525/





