แก้จมูก ปรับโครงสร้างจมูก
ทีมแพทย์ SU:I
ทีมแพทย์ SU:I

แก้จมูกเกาหลี เทคนิคปรับโครงสร้างที่ SU:I Plastic Surgery 

แก้จมูก ปรับโครงสร้างจมูก

การแก้จมูกเกาหลี (Revision Rhinoplasty) ที่ SU:I Plastic Surgery จะเน้นที่การปรับโครงสร้างจมูกใหม่ ให้สวยงามและใช้งานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในเคสที่เคยผ่าตัดมาแล้วไม่พอใจผลลัพธ์ หรือมีปัญหาโครงสร้างที่ซับซ้อน ทางคลินิกใช้เทคนิคเฉพาะทาง เพื่อวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการเสริมใหม่ การใช้กระดูกอ่อนของตัวเอง หรือการปรับรูปทรงให้เข้ากับใบหน้าอย่างปลอดภัย

แก้จมูกที่ไหนดี ทำไมต้องแก้จมูก SU:I Plastic Surgery

แก้จมูกที่ไหนดี

การเลือกคลินิกหรือโรงพยาบาลสำหรับแก้จมูกควรพิจารณาจากความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์, มาตรฐานของสถานที่, ความทันสมัยของอุปกรณ์, และรีวิวจากผู้รับบริการจริง

  • SU:I Plastic Surgery เป็นหนึ่งในสถานพยาบาลที่ถูกกล่าวถึงว่าเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านการแก้จมูกในประเทศเกาหลีใต้ โดยเฉพาะกรณีที่มีความซับซ้อน
  • ศัลยแพทย์เฉพาะทาง มีความชำนาญและประสบการณ์สูงในการแก้ไขโครงสร้างจมูกที่เคยได้รับการผ่าตัดมาก่อน ซึ่งมีความซับซ้อนกว่าการเสริมจมูกครั้งแรก
  • เทคนิคเฉพาะ อาจมีเทคนิคหรือความชำนาญในการใช้วัสดุที่หลากหลาย (เช่น กระดูกอ่อนซี่โครง) เพื่อสร้างโครงสร้างใหม่ให้แข็งแรงและแก้ไขปัญหาเดิมได้อย่างครอบคลุม
  • ความรับผิดชอบและการติดตามผล การันตีการติดตามผลเพื่อให้คนไข้พึงพอใจสูงสุด

การแก้จมูก & ปัญหารูปทรงจมูก

ปัญหาทรงจมูกแบบไหนที่ควรแก้จมูก

การแก้จมูก (Revision Rhinoplasty) คือ การผ่าตัดเพื่อแก้ไขความผิดพลาดหรือผลลัพธ์ที่ไม่พึงพอใจจากการทำศัลยกรรมจมูกครั้งก่อน ปัญหารูปทรงจมูกที่ต้องแก้ไขมีดังนี้

  • จมูกเบี้ยว/เอียง: ซิลิโคนเคลื่อนที่หรือโครงสร้างกระดูก/กระดูกอ่อนเอียง
  • ปลายจมูกทะลุ/ผิวบาง: เกิดจากซิลิโคนยาวเกินไป หรือใช้กระดูกอ่อนหลังหูที่ไม่เหมาะสม
  • สันจมูกเป็นแท่งแข็ง/ไม่เป็นธรรมชาติ: รูปทรงของซิลิโคนไม่เข้ากับรูปหน้า
  • ปลายจมูกสั้น/เชิดเกินไป (จมูกหมู): เกิดจากการหดรั้งของพังผืด หรือการออกแบบที่ไม่เหมาะสม
  • ปลายจมูกงุ้ม/ตก: โครงสร้างเดิมไม่แข็งแรงพอ หรือกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกอ่อนแอ
  • มีพังผืดหรือแคปซูลรัดจมูก: ทำให้จมูกดูรัดตึงและผิดรูป
  • จมูกติดเชื้อ: เกิดอาการบวมแดง อักเสบ ต้องนำวัสดุออกและรักษา

แก้จมูกมีกี่แบบ

การแก้จมูกมีกี่แบบ

การแก้จมูกโดยหลัก ๆ มี 2 เทคนิค เช่นเดียวกับการเสริมจมูกครั้งแรก คือ

1. แบบเปิด (Open Rhinoplasty)

ศัลยแพทย์จะทำการกรีดเปิดแผลบริเวณฐานจมูก (Columella) และยกผิวหนังขึ้น ทำให้สามารถมองเห็นและแก้ไขโครงสร้างกระดูกและกระดูกอ่อนภายในจมูกได้ทั้งหมด เหมาะสำหรับเคสที่ซับซ้อน, ต้องแก้ไขโครงสร้างภายในมาก, ต้องการปรับปลายจมูกให้โด่งพุ่งมาก, ต้องนำซิลิโคน/สารแปลกปลอมออก, หรือใช้กระดูกอ่อนซี่โครง

  • ข้อดี: สามารถแก้ไขปัญหาได้ครอบคลุมและแม่นยำที่สุด ปั้นทรงจมูกได้สวยงามและเป็นธรรมชาติ
  • ข้อเสีย: มีรอยแผลเป็นเล็ก ๆ ที่ฐานจมูก (แต่มักจางหาย), พักฟื้นนานกว่า, ค่าใช้จ่ายสูงกว่า

2. แบบปิด (Closed Endonasal Rhinoplasty)

ศัลยแพทย์จะทำการกรีดเปิดแผลเล็ก ๆ ภายในรูจมูก เท่านั้น โดยอาจกรีดข้างเดียวหรือสองข้าง แล้วสอดวัสดุเข้าไปเสริม เหมาะสำหรับเคสที่ต้องการแก้ไขเล็กน้อย, เปลี่ยนซิลิโคน, หรือเสริมสันจมูกเท่านั้น โดยที่โครงสร้างปลายจมูกเดิมไม่มีปัญหา

  • ข้อดี: ไม่มีรอยแผลเป็นให้เห็นภายนอก, บวมช้ำน้อย, พักฟื้นเร็วกว่า
  • ข้อเสีย: จำกัดในการแก้ไขโครงสร้างภายในอย่างละเอียด, ไม่เหมาะกับเคสที่ซับซ้อนมาก

ขั้นตอนการแก้จมูก

ขั้นตอนการแก้จมูกแบบปิด (Closed Endonasal Rhinoplasty)

  1. ให้ยาชาเฉพาะที่ (หรือบางกรณีอาจใช้ยาสลบ/ยานอนหลับ)
  2. กรีดเปิดแผลขนาดเล็ก ภายในรูจมูก (กรีดข้างเดียวหรือสองข้าง)
  3. เลาะโพรงจมูก เพื่อสร้างพื้นที่สำหรับสอดวัสดุ และอาจนำซิลิโคนเดิมออก
  4. ใส่และปรับแต่งซิลิโคน หรือวัสดุเสริมตามที่ออกแบบไว้
  5. เย็บปิดแผล ภายในรูจมูก
  6. ติดเฝือกดามจมูก

ขั้นตอนการแก้จมูกแบบเปิด (Open Rhinoplasty)

  1. ดมยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์ (เพื่อความปลอดภัยและความสบายของคนไข้)
  2. เปิดแผล บริเวณฐานจมูก (Columella) และภายในรูจมูก
  3. เลาะและยกผิวหนังขึ้น เพื่อให้เห็นโครงสร้างภายในจมูกทั้งหมด
  4. แก้ไขโครงสร้างเดิม:
    • นำซิลิโคนเก่า/สารแปลกปลอมออก
    • แก้ไขความเบี้ยวของกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก หรือกระดูกจมูก
    • ปรับโครงสร้างฐานจมูกให้แข็งแรงด้วยกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก, กระดูกอ่อนซี่โครง
  5. เสริมจมูก: ใช้ซิลิโคนหรือวัสดุอื่นเสริมสันจมูก และใช้กระดูกอ่อน (หลังหู/ซี่โครง) เสริมปลายจมูก เพื่อสร้างรูปทรงใหม่
  6. เย็บปิดแผล ที่ฐานจมูกและภายในรูจมูกอย่างประณีต
  7. ติดเฝือกดามจมูก

วัสดุที่ใช้ในการแก้จมูก

วัสดุที่ใช้ในการแก้จมูกมีหลากหลาย โดยมักเลือกใช้ตามความเหมาะสมของเคสและความซับซ้อน

วัสดุลักษณะการใช้งานหลักข้อดีข้อควรพิจารณา
ซิลิโคน (Silicone)เสริมสันจมูกเหลาได้ง่าย, ปรับรูปทรงได้ตามต้องการ, เป็นที่นิยมมีโอกาสทะลุหรือเบี้ยวได้หากใช้ไม่เหมาะสม
กระดูกอ่อนหลังหู (Ear Cartilage)เสริม/รองปลายจมูก, กันปลายทะลุเป็นเนื้อเยื่อตัวเอง, เข้ากับร่างกายได้ดี, นิ่มเป็นธรรมชาติมีปริมาณจำกัด, ต้องมีแผลเพิ่มที่หลังหู
กระดูกอ่อนซี่โครง (Rib Cartilage)สร้างโครงสร้างจมูกใหม่, แก้ไขจมูกที่เสียหายมาก, สร้างปลายจมูกที่แข็งแรงแข็งแรงมาก, มีปริมาณมากพอสำหรับเคสที่ซับซ้อนต้องผ่าตัดเพิ่มที่ซี่โครง, มีโอกาสบิดตัวได้บ้าง
กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก (Septal Cartilage)สร้างฐาน/โครงสร้างปลายจมูกเป็นเนื้อเยื่อตัวเอง, แข็งแรง, เหมาะสำหรับใช้สร้างโครงสร้างมีปริมาณจำกัด, เหมาะกับจมูกที่ไม่เคยทำมาก่อน
เนื้อเยื่อเทียม (Dermofat Graft / Alloderm)รองปลายจมูก, กันปลายทะลุ, เสริมสันจมูกลดโอกาสการเกิดพังผืด, ใช้แทนกระดูกอ่อนตัวเองได้ค่าใช้จ่ายสูงกว่าซิลิโคน, บางชนิดอาจยุบตัวได้ตามเวลา

การเตรียมตัวก่อนแก้จมูก

การเตรียมตัวก่อนแก้จมูก

การเตรียมตัวที่ดีช่วยลดความเสี่ยงและช่วยให้การผ่าตัดราบรื่น

  • ปรึกษาแพทย์: แจ้งประวัติการทำจมูกครั้งก่อน, โรคประจำตัว, ยาที่รับประทานเป็นประจำ, และอาหารเสริมทุกชนิด
  • งดยาและอาหารเสริม:
    • งดยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เช่น Aspirin, Ibuprofen), วิตามิน, และอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนผ่าตัด
    • ไม่ควรหยุดยาโรคประจำตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • งดเหล้าและบุหรี่: งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ ก่อนและหลังผ่าตัด เนื่องจากส่งผลให้แผลหายช้าและเพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อ
  • งดน้ำและอาหาร: หากมีการใช้ยาสลบหรือยานอนหลับ ต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ก่อนผ่าตัด
  • ความสะอาด: งดแต่งหน้า ทาสีเล็บ และถอดเครื่องประดับทุกชนิดในวันผ่าตัด

การดูแลตัวเองหลังแก้จมูก

การดูแลหลังผ่าตัดเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้จมูกเข้าที่สวยงามและลดภาวะแทรกซ้อน

  • นอนยกศีรษะสูง: นอนหงายและใช้หมอนสูงประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อลดอาการบวม
  • ประคบเย็น/อุ่น:
    • ประคบเย็น ในช่วง 48-72 ชั่วโมงแรก เพื่อลดบวมและห้ามเลือด
    • ประคบอุ่น หลัง 72 ชั่วโมงไปแล้ว เพื่อช่วยให้ยุบบวมและสลายรอยช้ำ
  • ทำความสะอาดแผล: ทำความสะอาดแผลด้วยสำลีชุบน้ำเกลือหรือตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเบามือ
  • ทานยา: รับประทานยาแก้ปวดและยาแก้อักเสบ/ยาปฏิชีวนะตามแพทย์สั่งให้ครบ
  • งดกิจกรรมหนัก: งดออกกำลังกายหนัก, การก้มหน้า, การสั่งน้ำมูกแรง ๆ, การยกของหนัก อย่างน้อย 4-6 สัปดาห์
  • อาหาร: หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด, เค็ม, อาหารทะเล, ของหมักดอง, และอาหารเสริม อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เน้นรับประทานอาหารอ่อน ๆ ที่มีประโยชน์
  • ใส่เฝือก/ตัดไหม: ใส่เฝือกตามกำหนด (มักจะ 7 วัน) และไปพบแพทย์ตามนัดเพื่อตัดไหม

แก้จมูก ราคาเท่าไหร่

ราคาแก้จมูกจะสูงกว่าการเสริมจมูกครั้งแรก เพราะมีความซับซ้อนในการผ่าตัดและการแก้ไขโครงสร้างเดิม สามารถส่งรูปภาพเพื่อรับคำปรึกษาและประเมินราคาที่ LINE: https://lin.ee/EtxkyNs

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

การแก้จมูกต้องรอเวลานานแค่ไหนหลังจากการเสริมครั้งแรก?

โดยทั่วไปควรรออย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อให้จมูกยุบบวมและเข้าที่สนิทก่อนทำการแก้ไข เว้นแต่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ต้องผ่าตัดเร่งด่วน

การแก้จมูกเจ็บกว่าการเสริมจมูกครั้งแรกหรือไม่?

จะรู้สึกเจ็บและบวมช้ำมากกว่าเล็กน้อย เนื่องจากเป็นการผ่าตัดในบริเวณที่มีการแก้ไขมาแล้วและต้องเลาะพังผืด แต่สามารถควบคุมความเจ็บปวดได้ด้วยยา

หากมีพังผืดเยอะหลังเสริมจมูกครั้งแรก จะแก้ได้ไหม?

แก้ได้ โดยแพทย์จะใช้เทคนิคแบบเปิด (Open) เพื่อเลาะพังผืดออก และอาจใช้กระดูกอ่อนตัวเองหรือเนื้อเยื่อเทียมเพื่อสร้างโครงสร้างใหม่


เอกสารอ้างอิง

1. Becker, D. (n.d.). 8 Things You Must Know Before & After Revision Rhinoplasty. Becker Rhinoplasty Center. แหล่งข้อมูล : https://www.therhinoplastycenter.com/blog/things-you-must-know-before-after-revision-rhinoplasty   

2. Chaffoo, R. (2019, February 1). Understanding revision rhinoplasty and why patients seek out this procedure. American Society of Plastic Surgeons. แหล่งข้อมูล : https://www.plasticsurgery.org/news/blog/understanding-revision-rhinoplasty-and-why-patients-seek-out-this-procedure 

สาระน่ารู้เกี่ยวกับศัลยกรรมที่เกี่ยวข้อง