ปัญหาหนังตาตก รักษาอย่างไร
ทีมแพทย์ SU:I
ทีมแพทย์ SU:I

หนังตาตก (Ptosis) เกิดจากอะไร? มีวิธีแก้ไขและรักษาอย่างไรให้เหมาะสม

ปัญหาหนังตาตก รักษาอย่างไร
การดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมแก้หนังตาตก

หนังตาตกเป็นภาวะที่ผิวบริเวณเปลือกตาเกิดความหย่อนคล้อยลงมามากกว่าปกติ จนผิวหนังเปลือกตาหย่อนย่นลงมาบดบังชั้นตา โดยอาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเพียงข้างเดียวหรือเกิดขึ้นทั้งสองข้าง และในบางกรณีที่มีปัญหาหนังตาตกมากๆ อาจส่งผลกระทบต่อการมองเห็นได้ วันนี้คุณหมอจะมาแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาหนักตาตกด้วยเทคนิคต่างๆ ซึ่งเทคนิคที่คุณหมอใช้จะมีอะไรบ้าง แต่ละเทคนิคจะเหมาะกับใครบ้าง มาดูข้อสรุปกันเลย

เลือกหัวข้ออ่านได้เลย

หนังตาตก คืออะไร?

หนังตาตก คืออะไร

หนังตาตก คือ ลักษณะเปลือกตามีความหย่อนหรือยืดตัวมากเกินไป ทำให้ผิวหนังบนขอบตาดำหย่อนลงมาปิดตาดำมากกว่า 2 มิลลิเมตร ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหากับการมองเห็น และส่งผลในเรื่องความเชื่อตามหลักโหงวเฮ้งที่ว่าหากผู้ใดมีหนังตาตก ดวงตาไม่กลมโตสดใสเป็นลักษณะของผู้ที่มีโหงวเฮ้งดวงตาไม่ดี บ่งบอกถึงความอับโชค ส่งผลทำให้ชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ มีอุปสรรคขัดขวาง และชีวิตไม่ราบรื่น

อาการของหนังตาตกเป็นอย่างไร

  • หนังตาบนตกลงมาต่ำกว่าปกติ: อาจตกลงมาเล็กน้อยจนถึงปิดรูม่านตา ทำให้ชั้นตาดูเล็กลง หรือตาปรือ และดูเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา
  • ความรู้สึกบริเวณดวงตาและหน้า: รู้สึกหนักตา หรือลืมตาไม่ค่อยขึ้น ต้องพยายามเบิ่งตา หรือใช้มือดันหนังตาช่วยในการลืมตา อาจมีอาการปวดหน้าผาก และปวดต้นคอ (จากการต้องเงยหน้า/เบิ่งตาเพื่อช่วยในการมองเห็น)
  • อาการทางสายตาแล

หนังตาตก มีอาการอย่างไร

  • สัญญาณที่บ่งบอกว่าคนไข้อาจมีอาการหนังตาตก
  • ลืมตาไม่เต็มที่: รู้สึกเหมือนลืมตาได้ไม่สุด และรู้สึกหนักตา
  • มองเห็นลำบาก: ต้องเงยหน้า ขึ้นเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น
  • เหนื่อยล้าที่หน้าผาก: รู้สึกเมื่อยล้า เพราะต้องเลิกคิ้ว หรือใช้มือช่วยดันหนังตา ขึ้นตลอดเวลา ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า
  • ชั้นตาเปลี่ยนไป: ชั้นตาดูเล็กลง หรือไม่เท่ากันทั้งสองข้าง
  • อาการรุนแรง: ถ้าหนังตาตกมาก อาจทำให้มองเห็นไม่ชัดเจน หรือมีอาการตาเขร่วมด้วย

สาเหตุของปัญหาหนังตาตก เกิดจากอะไร

ปัญหาหนังตาตก เกิดจาก

ภาวะหนังตาตกเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย และมีความรุนแรงหลายระดับ ซึ่งสาเหตุหลักๆที่ทำให้เกิดปัญหาหนังตาตกมีดังนี้

  • อายุที่เพิ่มขึ้นทำให้โครงสร้างผิวหนังเกิดความหย่อนคล้อย
  • ไขมันเกินบริเวณเปลือกตาหนา ทำให้เห็นชั้นตาไม่ชัด ตาอูม หนังตาตก
  • เกิดจากกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ทำให้ไม่สามารถยกเปลือกตาขึ้นได้ในระดับปกติ
  • กล้ามเนื้อที่หนังตาผิดปกติมาแต่กำเนิด หรือเป็นโรคตาขี้เกียจ (Amblyopia)
  • อุบัติเหตุบริเวณเปลือกตา ทำให้เปลือกตาอักเสบ
  • พฤติกรรมการขยี้ตาบ่อย แพ้คอนแทคเลนส์ ติดขนตาปลอม ต่อขนตาย่อยๆ
  • ความผิดพลาดจากการศัลยกรรมบริเวณรอบดวงตา ที่อาจกระทบกล้ามเนื้อตา

หนังตาตกแบ่งออกเป็นกี่ประเภท

ปัญหาหนังตาตกที่พบได้บ่อยมากที่สุดสามารถแยกออกได้เป็น 2 ประเภทดังนี้

1. หนังตาตก (Dermatochalasis)

หนังตาตก (Dermatochalasis) เป็นอาการที่เกิดจากโครงสร้างผิวหนังบริเวณเปลือกตาสูญเสียความยืดหยุ่น จนทำให้หนังตาหย่อนยาน พบได้ทั้งกับผู้สูงอายุที่ความแข็งแรงของโครงสร้างผิวเปลือกตาลดลง และ คนอายุน้อยที่มีไขมันเกินบริเวณเปลือกตาหนา ทำให้ตาอูม เปลือกตาตกทับชั้นตาจนกลายเป็นตาหลบใน

2. หนังตาตก ร่วมกับกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis)

หนังตาตกร่วมกับกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) เป็นอาการที่เกิดจากกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ทำให้กล้ามเนื้อยกเปลือกตาทำงานได้ไม่เต็ม ส่งผลทำให้ตาปรือ ดวงตาดูไม่สดใส สายตาขี้เกียจ ดูอิดโรย เหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา และยังส่งผลทำให้การมองเห็นลดลงอีกด้วย

ภาวะหนังตาตกกับหนังตาหย่อน ต่างกันอย่างไร

1. หนังตาตก (Ptosis)

ภาวะหนังตาตก (Ptosis) เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อ หรือเส้นประสาท โดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่ใช้ในการยกเปลือกตา (Levator palpebrae superioris) อ่อนแรงหรือทำงานผิดปกติ

  • ลักษณะ: เปลือกตาบนตกลงมาอยู่ต่ำกว่าตำแหน่งปกติ ปิดทับ ดวงตา หรือทำให้ขอบเปลือกตาบนอยู่ใกล้รูม่านตามากเกินไป
  • ผลกระทบ: ทำให้ชั้นตาดูเล็กลง คนไข้ต้องเงยหน้าหรือเลิกคิ้วช่วยในการมองเห็น และอาจส่งผลให้การมองเห็นลดลงหากเป็นมาก
  • สาเหตุหลัก: ความผิดปกติของกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทที่ควบคุมการยกเปลือกตา

2. หนังตาหย่อน (Dermatochalasis)

ภาวะหนังตาหย่อน (Dermatochalasis) เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง และเนื้อเยื่ออ่อนรอบดวงตาที่เกิดการคลายตัวและสะสมมากเกินไป

  • ลักษณะ: มีผิวหนังส่วนเกิน หรือผิวหนังที่เหี่ยวย่นและหย่อนคล้อยบริเวณเปลือกตาบน ทำให้เกิดลักษณะหนังตาหนา หรือย้อยลงมา
  • ผลกระทบ: ทำให้ดวงตาดูเหนื่อยล้า หรือดูมีอายุ เป็นผลมาจากผิวหนังที่เกินลงมาทับซ้อน แต่อาจไม่ได้กระทบต่อการทำงานของกล้ามเนื้อโดยตรง
  • สาเหตุหลัก: เป็นผลจากความชรา (อายุมากขึ้น) ที่ทำให้ความยืดหยุ่นของผิวหนังและเนื้อเยื่อรอบดวงตาลดลง

ใครบ้างที่ควรแก้ปัญหาหนังตาตก

ใครบ้างที่ควรแก้ปัญหาหนังตาตก

การแก้ไขปัญหาหนังตาตก (Blepharoptosis) อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มบุคคลดังต่อไปนี้ เพื่อปรับปรุงทั้งด้านสุขภาพและการมองเห็น รวมถึงความสวยงาม

  • ผู้ที่ปัญหาหนังตาตกส่งผลกระทบต่อการมองเห็นอย่างมาก เช่น หนังตาปิดบังรูม่านตา หรือทำให้สนามการมองเห็นถูกบดบัง ซึ่งขัดขวางการใช้ชีวิตประจำวันและการขับขี่
  • ผู้ที่มีอาการปวดเมื่อยหรือเหนื่อยล้าจากการพยายามลืมตา อาการเหล่านี้รวมถึงเหนื่อยล้าตา, ปวดหน้าผาก, และปวดต้นคอ ซึ่งเกิดจากการต้องเกร็งกล้ามเนื้อเพื่อเบิ่งตาหรือลืมตาอยู่ตลอดเวลา
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปลักษณ์ให้ดวงตาดูสดใสและตื่นตัวมากขึ้น แม้ว่าการมองเห็นจะไม่ถูกกระทบโดยตรง แต่การแก้ไขสามารถช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ และดูไม่อ่อนเพลีย

แก้ปัญหาหนังตาตกไม่เหมาะกับใคร

แก้ปัญหาหนังตาตก ไม่เหมาะกับใคร

การผ่าตัดแก้ไขหนังตาตกอาจไม่เหมาะสมสำหรับทุกคน โดยเฉพาะในกลุ่มคนเหล่านี้ที่ควรพิจารณา

  • ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพหรือมีความเสี่ยงในการผ่าตัด เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด (เช่น โรคที่เกี่ยวกับเลือด, โรคหัวใจ, หรือโรคเบาหวานที่ควบคุมได้ไม่ดี) ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงในการทำศัลยกรรม
  • ผู้ที่ไม่พร้อมเข้ารับการผ่าตัด ผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจ หรือมีปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการจัดการ หรือขอคำปรึกษาจากศัลยแพทย์เฉพาะทางก่อนการผ่าตัด
  • ผู้ที่มีปัญหาหนังตาหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อย หากอาการไม่รุนแรง อาจสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด (เช่น การใช้เครื่องยกกระชับ) หรือการปรับปรุงโดยวิธีธรรมชาติ (เช่น การออกกำลังกายใบหน้า หรือการดูแลผิวหนัง)

ประโยชน์ของการแก้ปัญหาหนังตาตก

การแก้ไขปัญหาหนังตาตกไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องรูปลักษณ์ แต่ยังมีผลดีต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตประจำวันด้วย

  • ช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนและกว้างขึ้น เพราะไม่มีหนังตามาบดบังการมองเห็น
  • ลดอาการปวดศีรษะและเมื่อยล้าตา เนื่องจากไม่ต้องเกร็งกล้ามเนื้อตา หรือเบิ่งตามากเกินไปเพื่อพยายามลืมตา
  • ดวงตาดูสดใสและตื่นตัว ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และมีชีวิตชีวาขึ้น
  • เพิ่มความมั่นใจในตนเอง เมื่อรูปลักษณ์ของดวงตาดูดีขึ้น
  • ลดปัญหาการระคายเคือง หรืออาการไม่สบายตาที่เกิดจากหนังตาส่วนที่หย่อนคล้อยมาสัมผัสหรือรบกวนดวงตา

แก้หนังตาตกเหมาะกับใครบ้าง

แก้หนังตาตก เหมาะและไม่เหมาะกับใคร

การแก้ไขหนังตาตก (Ptosis) เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการดังนี้

  • มีปัญหาทางการมองเห็นและสุขภาพตา
  • หนังตาตกจริง ๆ จาก กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือหนังตาย้วยหย่อนมาก
  • เปลือกตาปิดบัง การมองเห็น หรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
  • มีอาการ ล้าที่กล้ามเนื้อตา จากการพยายามลืมตา
  • มีปัญหาด้านความสวยงาม
  • รู้สึกไม่มั่นใจ เนื่องจากรูปทรงของเปลือกตา

แก้หนังตาตกไม่เหมาะกับใคร

การแก้ไขหนังตาตกด้วยการผ่าตัด ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงื่อนไขหรือภาวะบางอย่างที่อาจเพิ่มความเสี่ยงหรือทำให้การผ่าตัดไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด โดยเฉพาะภาวะโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงขั้นรุนแรง
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ตาหรือบริเวณรอบดวงตาในช่วงเวลานั้น
  • ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพรุนแรง ที่อาจทำให้เกิดความเสี่ยงสูงในการผ่าตัดหรือจากการวางยาสลบ

การเตรียมตัวก่อนแก้หนังตาตก

  • เพื่อความปลอดภัยและความพร้อมสูงสุดก่อนเข้ารับการผ่าตัด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด
  • อาบน้ำสระผม: ทำความสะอาดร่างกายและเส้นผมให้เรียบร้อยก่อนวันผ่าตัด
  • งดแต่งหน้าและครีม: ในวันผ่าตัด ห้ามทาครีมหรือแต่งหน้า บริเวณรอบดวงตา
  • ทำความสะอาดที่โรงพยาบาล: เมื่อมาถึง โรงพยาบาลจะให้ล้างหน้าและทำความสะอาดรอบดวงตาอีกครั้งก่อนผ่าตัด
  • งดน้ำและอาหาร: งดการดื่มน้ำและรับประทานอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ก่อนผ่าตัด (ปฏิบัติตามคำแนะนำของวิสัญญีแพทย์โดยเฉพาะ)
  • แจ้งอาการป่วย: หากมี ไข้ ไอ หรืออาการป่วยอื่น ๆ ให้รีบแจ้งศัลยแพทย์ทันทีก่อนวันผ่าตัด
  • งดเครื่องประดับ: ห้ามสวมใส่เครื่องประดับทุกชนิด เช่น ต่างหู แหวน นาฬิกา
  • สวมเสื้อผ้าสบาย: เลือกเสื้อผ้าที่เปลี่ยนง่ายและสะดวก
  • มีผู้ติดตาม: ต้องมีคนมาดูแลและรับกลับหลังการผ่าตัด
  • เตรียมใจและวางแผน: เตรียมความพร้อมทางด้านจิตใจ และวางแผนการ พักฟื้นหลังผ่าตัด ตามที่ศัลยแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด

วิธีแก้ปัญหาหนังตาตก โดยการทำศัลยกรรม

วิธีแก้หนังตาตก ด้วยการทำศัลยกรรม

การแก้ไขปัญหาหนังตาตกให้เหมาะสม และแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดจะต้องได้รับการพิจารณาจากสาเหตุที่แท้จริงโดยแพทย์เฉพาะทาง หรือจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเทคนิคที่แพทย์ลงความเห็นว่าสามารถให้ผลลัพธ์ในการแก้ปัญหาหนังตาตกได้อย่างชัดเจนมีดังนี้

ปรับกล้ามเนื้อตา

การปรับกล้ามเนื้อตา เป็นการผ่าตัดกล้ามเนื้อ Levator Palpebrae Superioris โดยพลิกเปลือกตาด้านใน เพื่อให้กล้าเนื้อบริเวณเปลือกตามีความกระชับ และเพิ่มแรงของกล้ามเนื้อเปลือกตาบนให้มีความแข็งแรง สามารถดึงของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการยกเปลือกตาขึ้นได้ในระดับปกติ ทำให้เห็นชั้นตาชัดเจนและสดใสขึ้น

เอนโดไทน์

การผ่าตัดเอนโดไทน์ เป็นการผ่าตัดยกกระชับใบหน้าส่วนบนบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้วให้ยกสูงขึ้น โดยการผ่าตัดส่องกล้อง Endoscopic ที่มีขนาดเล็ก จากนั้นใช้วัสดุทางการแพทย์ Endotine (เอนโดไทน์) ซึ่งออกแบบมาอย่างพิเศษ มีรูปร่างคล้ายกับหมุดเล็กๆ มีก้านคล้ายกับหนามทั่วบริเวณหมุด ขนาดเล็กไม่ถึง 1 เซนติเมตร เข้าไปยึดเนื้อเยื่อ ให้คิ้วยกขึ้น ซึ่งวัสดุ Endotine นี้สามารถสลายไปได้เองในระยะเวลา 1 ปี และผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นผลลัพธ์แบบกึ่งถาวร

อ่านเพิ่มเติม : เอนโดไทน์ (endotine) คืออะไร?

ตาสองชั้น

การทำตาสองชั้น เป็นการผ่าตัดที่นิยมมากเพื่อสร้างชั้นตาใหม่ หรือเป็นการปรับชั้นตาที่มีอยู่เดิมให้ชัดเจนขึ้น โดยหมอจะทำวิเคราะห์ปัญหาตาและออกแบบชั้นตาให้มีความเหมาะสม ซึ่งในคนไข้บางรายที่มีหนังตาตกมากแพทย์จำเป็นจะต้องมีการตัดหนังตาหรือไขมันส่วนเกินร่วมด้วย เพื่อให้ผลลัพธ์ของการทำตาสองชั้นออกมาสวยงามเป็นที่น่าพึงพอใจ

อ่านเพิ่มเติม : รู้จักการ ทำตาสองชั้น เทคนิคต่างๆ ให้เหมาะกับใบหน้า โดยอาจารย์แพทย์

การเตรียมตัวก่อนศัลยกรรม

การเตรียมตัวก่อนศัลยกรรมเหนังตาตก

เพื่อให้การผ่าตัดมีความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้อย่างเคร่งครัด

  • งดอาหารเสริมและวิตามิน: หยุดรับประทานวิตามินบางชนิด (เช่น วิตามิน C, E) และน้ำมันปลา เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการแข็งตัวของเลือดและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่: ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เพื่อลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
  • แจ้งข้อมูลสุขภาพอย่างละเอียด: แจ้งให้ศัลยแพทย์ทราบเกี่ยวกับโรคประจำตัวทั้งหมด (เช่น ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, โรคหัวใจ) และยาที่รับประทานอยู่ เพื่อให้ศัลยแพทย์ประเมินความพร้อมก่อนการผ่าตัด
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: ควรพักผ่อนให้เต็มที่ก่อนวันผ่าตัด
  • ทำความสะอาดร่างกาย: สระผมและทำความสะอาดใบหน้าให้เรียบร้อยก่อนวันผ่าตัด
  • งดเครื่องสำอาง: งดใช้เครื่องสำอางและแต่งหน้าในวันก่อนและวันผ่าตัด
  • เตรียมคนดูแล: ในวันผ่าตัดควรมีผู้ดูแลมาด้วย เพื่อช่วยลดความวิตกกังวลและให้ความช่วยเหลือในการเดินทางกลับบ้านหลังผ่าตัด
  • เตรียมแว่นกันแดด: จัดเตรียมแว่นกันแดดไว้สำหรับสวมใส่หลังการผ่าตัด เพื่อป้องกันดวงตาจากแสงแดดและฝุ่น

การดูแลตัวเองหลังแก้หนังตาตก

การดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมแก้หนังตาตก

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้แผลหายเร็วและลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน ควรปฏิบัติดังนี้

  • 24–48 ชั่วโมงแรก: ประคบเย็นบริเวณรอบดวงตา เพื่อช่วยลดอาการบวมและรอยฟกช้ำ
  • หลัง 48 ชั่วโมงไปแล้ว: เปลี่ยนเป็นประคบร้อน เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและช่วยให้รอยช้ำจางลง
  • 1–2 คืนแรก: หนุนศีรษะให้สูงกว่าปกติ เพื่อช่วยลดอาการบวม
  • หลีกเลี่ยง: การนอนคว่ำหรือตะแคง เพราะอาจไปกดทับบริเวณแผล
  • ทำความสะอาด: ใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำเกลือ เช็ดคราบเลือดหรือน้ำเหลืองอย่างเบามือ
  • ทายา: ทาขี้ผึ้งตามคำสั่งศัลยแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • พักสายตา: หลีกเลี่ยงการใช้สายตาหนัก เช่น การจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือนาน ๆ และควรพักสายตาเป็นระยะ
  • งดแต่งหน้า/คอนแทคเลนส์: ห้ามแต่งหน้าและใส่คอนแทคเลนส์อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ หรือจนกว่าแผลจะหายสนิท
  • งดกิจกรรมหนัก: งดออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่ต้องใช้แรงหนัก รวมถึงห้ามขยี้หรือสัมผัสดวงตาโดยตรง
  • ตาแห้ง/ระคายเคือง: หยอดน้ำตาเทียม ตามความจำเป็นหากรู้สึกตาแห้ง
  • รับประทานยา: ทานยาแก้อักเสบและยาแก้ปวดตามคำแนะนำของศัลยแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • ตัดไหม: มาพบศัลยแพทย์เพื่อตัดไหมตามวัน-เวลาที่กำหนด (โดยปกติประมาณ 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด)

ขั้นตอนการรักษาหนังตาตกที่ SU:I

  • การประเมินที่ละเอียด: คลินิกที่ดีต้องมีการให้คำปรึกษาและประเมินอย่างละเอียดก่อนการผ่าตัด โดยศัลยแพทย์ควรแนะนำวิธีแก้ไขที่เหมาะสมกับลักษณะดวงตา ปัญหา และความต้องการของแต่ละบุคคล ไม่ใช่วิธีมาตรฐานเดียวสำหรับทุกคน
  • แผนการดูแลหลังผ่าตัด: ต้องมีแผนการดูแลและนัดติดตามผลหลังการผ่าตัดที่ครบถ้วน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและให้ผลลัพธ์คงที่
  • แก้หนังตาตกที่ SU:I PLASTIC SURGERY ดีอย่างไร
  • การออกแบบเฉพาะบุคคล (Customized Surgery): ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการออกแบบการศัลยกรรมเฉพาะบุคคลให้เข้ากับลักษณะดวงตาและใบหน้าของแต่ละคน เพื่อให้ได้ดวงตาที่สวยงามและสมดุลกับภาพลักษณ์โดยรวม
  • ความละเอียดอ่อนและเทคนิคทันสมัย: ใช้เทคนิคที่เน้นความละเอียดอ่อน ทำให้เกิดบาดแผลขนาดเล็ก
  • ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ: เน้นผลลัพธ์ที่ทำให้ดวงตาดูสดใส อ่อนเยาว์ และเป็นธรรมชาติ ช่วยเสริมความมั่นใจและยกระดับภาพลักษณ์โดยรวม
  • โปรแกรมฟื้นฟูหลังผ่าตัด: มีการใช้เทคโนโลยีทันสมัยเพื่อช่วยเร่งกระบวนการฟื้นฟู เช่น:
  • ห้องออกซิเจนบริสุทธิ์ (O2 Chamber): ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
  • LED Light Therapy: ช่วยลดอาการบวมและอักเสบได้
  • บริการดูแลใกล้ชิดแบบ 1:1: มีการให้บริการดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการให้คำปรึกษาไปจนถึงการติดตามผลหลังผ่าตัด โดยมีทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้มั่นใจได้ในความปลอดภัยและคุณภาพของผลลัพธ์การแก้ไขหนังตาตก

ข้อดี-ข้อเสียของการแก้ไขหนังตาตก

การตัดสินใจแก้ไขหนังตาตกนั้น ควรพิจารณาถึงทั้งผลประโยชน์ที่ได้รับและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

ข้อดีข้อเสีย
ปรับปรุงสายตาที่เคยถูกรบกวน ทำให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจนและกว้างขึ้นอาจเกิดอาการบวม ช้ำ และมีรอยแผล ซึ่งต้องใช้เวลาในการพักฟื้น
ดวงตาดูสดใสอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพิ่มความมั่นใจในรูปลักษณ์ภายนอกมีโอกาสเกิดผลข้างเคียง เช่น การติดเชื้อ หรือแผลเป็นผิดรูป หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม

ผลข้างเคียงของการแก้ไขหนังตาตก 

  • บวมและฟกช้ำ: เป็นอาการปกติที่พบได้รอบดวงตา มักจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์
  • การมองเห็นผิดปกติชั่วคราว: อาจมีอาการมองเห็นพร่าหรือเบลอชั่วคราว ซึ่งมักจะหายไปได้เองภายในไม่กี่วันถึงสัปดาห์
  • การติดเชื้อ: แม้จะผ่าตัดในสภาพแวดล้อมที่สะอาด แต่ก็ยังมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • แผลเป็นหรือรอยแผลนูน: อาจเกิดขึ้นได้หากกระบวนการหายของแผลผิดปกติ
  • ระคายเคืองตาและตาแห้ง: อาจเกิดอาการตาแห้ง ซึ่งมักต้องใช้ยาหยอดตาเพื่อบรรเทา
  • ผลลัพธ์ที่ไม่สมมาตร: เปลือกตาทั้งสองข้างอาจดูไม่เท่ากัน ซึ่งในบางกรณีอาจต้องมีการผ่าตัดแก้ไขเพิ่มเติม
  • การหลับตาไม่สนิทในระยะยาว: หากเปลือกตาเปิดกว้างเกินไป อาจทำให้ตาแห้งและระคายเคืองเรื้อรัง
  • ภาวะหนังตาตกซ้ำหรือแย่ลง: ในบางกรณี อาจเกิดภาวะหนังตาตกซ้ำ หรืออาการแย่ลงหลังการผ่าตัด
  • ความเสียหายของเส้นประสาทตา: เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อยมาก แต่เป็นความเสี่ยงที่ต้องระวัง
  • ภาวะแทรกซ้อนจากยาชา/ยาสลบ: เช่น อาการแพ้ยา

ราคาของการแก้ไขหนังตาตก 

ราคาของการแก้ไขหนังตาตกแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเทคนิคและความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์ รวมถึงความรุนแรงของภาวะหนังตาตก หากใครสนใจและต้องการขอคำปรึกษาพร้อมประเมินราคาเฉพาะเคส สามารถส่งรูปภาพมาให้ประเมินได้ที่ LINE ID: https://page.line.me/fxl6554w

แก้ไขหนังตาตก ที่ไหนดี

แก้หนังตาตก ที่ไหนดี

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและเป็นที่น่าพอใจ ควรเลือกสถานที่และศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ดังนี้

  • ศัลยแพทย์เฉพาะทาง: เลือกคลินิกหรือโรงพยาบาลที่มีศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุ (จักษุแพทย์) และ/หรือศัลยกรรมตกแต่งดวงตาโดยเฉพาะ รวมถึงมีประสบการณ์สูงในการทำหัตถการนี้
  • ทีมงานครบวงจร: พิจารณาโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่มีทีมศัลยแพทย์ร่วมมือกันในการวางแผนผ่าตัดและดูแลคนไข้หลังผ่าตัดอย่างครบถ้วน
  • ความปลอดภัยและมาตรฐาน: เลือกสถานที่ที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัย มีเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย
  • การดูแลหลังการผ่าตัด: คลินิกควรมีการดูแลหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามผลและให้คำแนะนำเมื่อเกิดปัญหา
  • ผลงานและรีวิว: ตรวจสอบรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง และขอชมภาพผลงานก่อน-หลังการผ่าตัดที่น่าเชื่อถือและชัดเจน

แก้ไขหนังตาตก ที่ SU:I ดีอย่างไร

SU:I โดดเด่นในการศัลยกรรมแก้ไขหนังตาตก ด้วยการผสมผสานระหว่างประสบการณ์ของศัลยแพทย์ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และการดูแลที่เข้มงวด

  • ศัลยแพทย์ประสบการณ์สูง: การผ่าตัดทุกเคสดูแลโดยคุณหมออันแทจู ซึ่งเป็นศัลยแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี
  • เทคนิคเฉพาะที่แม่นยำ: ศัลยแพทย์ใช้เทคนิคเฉพาะตัว เน้นการผ่าตัดที่ไม่ทำเกินความจำเป็น เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด
  • อุปกรณ์และยาของแท้: ใช้อุปกรณ์และยาที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข และ FDA เท่านั้น
  • การตรวจสุขภาพก่อนผ่าตัด: มีการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด (เช่น คลื่นหัวใจ, ความดัน, ตรวจเลือด) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคนไข้
  • ห้องผ่าตัดได้มาตรฐาน: ห้องผ่าตัดสะอาด ปลอดเชื้อ มีอุปกรณ์กู้ชีพพร้อม และมีวิสัญญีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดการผ่าตัด
  • โปรแกรมลดบวมเร่งด่วน: มีโปรแกรมพิเศษ เช่น การอบออกซิเจนบริสุทธิ์ (O2 Pressure Chamber Therapy) และการฉายแสง LED ช่วยให้เนื้อเยื่อฟื้นฟูเร็วขึ้น บวมน้อย และพักฟื้นได้ไว
  • ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ: มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ดูสดใส อ่อนเยาว์ และเหมาะสมกับโครงหน้าและบุคลิกภาพของแต่ละบุคคล
  • การดูแลแบบใกล้ชิด (1:1): มีการดูแลหลังผ่าตัดแบบตัวต่อตัวจากศัลยแพทย์ เพื่อติดตามผลอย่างใกล้ชิดและสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับบริการ

วิธีแก้ไขหนังตาตกโดยไม่ศัลยกรรมสามารถทำได้หรือไม่

วิธีแก้หนังตาตก แบบไม่ผ่าตัด

อาการหนังตาตก ไม่สามารถหายได้เองตามธรรมชาติ ดังนั้นการแก้ไขปัญหาหนังตาตกได้อย่างตรงจุดจึงจำเป็นจะต้องเข้ารับการทำศัลยกรรมเท่านั้น แต่ก็มีบางวิธีที่สามารถแก้ไขปัญหาหนังตาตกได้แบบชั่วคราวโดยไม่ต้องศัลยกรรมเช่น

การใช้เทปกาวติดชั้นตา

การใช้เทปติดตาสองชั้น เป็นการช่วยทำให้เห็นชั้นตาที่ชัดเจนขึ้น ทำให้เห็นหนังตาตกน้อยลง เหมาะสำหรับคนที่มีอาการหนังตาตกไม่มาก และเปลือกตาไม่หนา เป็นวิธีที่สามารถแก้ไขปัญหาหนังตาตกแบบชั่วคราวโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่อาจจะทำให้ใช้เวลาในการแต่งหน้าที่นานขึ้น และอาจทำให้ชั้นตาดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ

ยกกระชับรอบดวงตา

การยกกระชับรอบดวงตา ด้วยนวัตกรรมการยิงพลังงานลงไปยังผิวเปลือกตา และบริเวณรอบดวงตา เช่นการใช้พลังงาน Thermage, Ulthera, และการทำเลเซอร์เพื่อทำให้เกิดการหดตัวของไขมัน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และส่งผลให้เกิดการยกกระชับเปลือกตา เป็นการแก้ปัญหาหนังตาตกโดยไม่ต้องทำศัลยกรรม แต่อาจจะต้องทำหลายครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ และมีการทำซ้ำอย่างต่อเนื่องเพราะผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ถาวร

การป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหนังตาตก

  • ปกป้องและบำรุงผิวรอบดวงตา
    การปกป้องผิวรอบดวงตาถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก โดยควรทาครีมกันแดด เป็นประจำเพื่อป้องกันรังสี UV ที่เป็นสาเหตุหลักของความหย่อนคล้อย และเสริมด้วยการใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนช่วยในการกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน เพื่อรักษาความยืดหยุ่นและความเต่งตึงของผิวอยู่เสมอ
  • พักผ่อนและควบคุมพฤติกรรม
    การดูแลจากภายในและการปรับพฤติกรรมเป็นส่วนช่วยสำคัญ เริ่มจากการนอนหลับให้เพียงพอ ประมาณ 7-8 ชั่วโมง และจัดการความเครียดสะสม ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความเสื่อมของร่างกาย นอกจากนี้ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาดคือการขยี้ตาบ่อย ๆ เพราะเป็นการรบกวนและทำลายผิวบอบบางรอบดวงตาโดยไม่จำเป็น
  • บริหารกล้ามเนื้อตา
    เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อรอบดวงตา ควรหมั่นบริหารดวงตาอย่างสม่ำเสมอ โดยสามารถทำได้ง่าย ๆ เช่น การหรี่ตา หรือยกคิ้ว เพื่อช่วยกระชับกล้ามเนื้อให้ทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยชะลอความหย่อนคล้อยของหนังตาได้
  • โภชนาการ
    การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมจะช่วยบำรุงจากภายใน ควรเน้นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ผักใบเขียวและผลไม้ ซึ่งอุดมด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงอาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยบำรุงสายตาและสุขภาพผิวพรรณโดยรวม
  • เลี่ยงสารทำลายผิว
    เพื่อรักษาระดับคอลลาเจนใต้ผิว ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยภายนอกที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการลดหรือเลิกสูบบุหรี่ และพยายามหลีกเลี่ยงมลภาวะและมลพิษต่าง ๆ ที่สามารถทำลายโครงสร้างคอลลาเจนของผิวรอบดวงตาได้

รวมคำถามที่พบบ่อย

หนังตาตกสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?

การแก้ไขปัญหาหนังตาตก (Blepharoptosis) นั้น ส่วนใหญ่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และการผ่าตัดถือเป็นวิธีการรักษาที่ให้ผลลัพธ์ถาวรและตรงจุดที่สุด 

การผ่าตัดแก้ไขหนังตาตกเจ็บหรือไม่ และต้องพักฟื้นนานเท่าไหร่?

โดยปกติการพักฟื้นใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ในช่วงนี้จะมีอาการบวมและฟกช้ำบ้าง แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้นจนสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

มีวิธีป้องกันไม่ให้หนังตาตกหรือไม่?

วิธีป้องกันไม่ให้หนังตาตกโดยตรงมีจำกัด แต่การดูแลสุขภาพตาและกล้ามเนื้อรอบดวงตาสม่ำเสมอสามารถช่วยได้ เช่น การพักผ่อนเพียงพอ หลีกเลี่ยงการใช้สายตาหนักเกินไปหรือเพ่งนาน ๆ การใส่แว่นกันแดดป้องกันแสงแดด และการออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อตา รวมถึงการดูแลสุขภาพโดยรวมและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงด้วย เช่น การสูบบุหรี่หรือโรคเบาหวานที่อาจกระทบกล้ามเนื้อตา

หนังตาตกสามารถหายเองได้ไหม?

ภาวะหนังตาตก ไม่สามารถหาเอง เนื่องจากมีสาเหตุหลักๆมาจากไขมันส่วนเกินบริเวณเปลือกตา โครงสร้างผิวหนังที่หย่อนคล้อย รวมไปถึงกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ดังนั้นจึงต้องได้ต้องรับการรักษาโดยการผ่าตัดเท่านั้น

ปัญหาหนังตาตกทำให้เกิดอันตรายต่อการมองเห็นหรือไม่?

หนังตาตกที่เกิดจากภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือโรค Mg (Myasthenia gravis) อาจส่งผลต่อการมองเห็นเช่น เห็นภาพซ้อน โฟกัสภาพลำบาก ดังนั้นควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือจักษุแพทย์ เพื่อหาวิธีแก้ไขได้ที่ตรงจุด เนื่องจากหากปล่อยทิ้งไว้นานๆโดยไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมอาจทำให้คนไข้ลืมตาลำบาก หลับตาไม่สนิท และตาเหล่ได้

ผ่าตัดแก้ไขหนังตาตก ราคา

ราคาการแก้ไขหนังตาตกโดยศัลยแพทย์เฉพาะทาง จะมีราคาเริ่มต้นประมาณ 120,000 -220,000 บาท ขึ้นอยู่กับปัญหาของคนไข้และเทคนิคที่แพทย์ใช้

รีวิว การแก้ปัญหาหนังตาตกที่ SU:I

แก้ไขปัญหาหนังตาตก-ที่-SUI

SU:I PLASTIC SURGERY (สวย พลาสติกเซอร์จิคอล คลินิก) เป็นสถานพยาบาลเฉพาะทางด้านยกกระชับผิวหน้า จมูก และดวงตา ที่ขึ้นชื่อว่ามีเทคนิคการทำศัลยกรรมแก้ไขหนังตาตกมากที่สุด เพื่อให้คนไข้ได้รับการแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสมและตรงจุด ทั้งการปรับกล้ามเนื้อตาแบบไม่กรีด การทำตาสองชั้นแบบเย็บจุด, Endotine (เอ็นโดไทน์) Semi-outline, เปิดหัวตา (Epicanthoplasty), เปิดหางตา (Lateral Canthoplasty) ทำการผ่าตัดโดย Dr. Ahn Tae Joo หรือ คุณหมออัน แทจู ศัลยแพทย์ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี

ซึ่งมีผลงานที่โดดเด่นมากมาย ทำให้ถูกเชิญไปบรรยายงานวิชาการระดับนานาชาติ ที่ประเทศไต้หวัน จีน และไทย นอกจากนี้ Dr. Ahn Tae Joo หรือ คุณหมออัน แทจู ยังเขียนตำราศัลยกรรมเพื่อเป็นแนวทางให้กับแพทย์เฉพาะด้านให้กับและนักศึกษาทั้งในและต่างประเทศมาถึง 5 เล่มด้วยกัน

การแก้ไขปัญหาหนังตาตกถือเป็นตำแหน่งที่ต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นผิวหนังที่บอบบาง และเต็มไปด้วยเส้นประสาทกล้ามเนื้อตา ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมเฉพาะทาง ประกอบกับดีไซน์ของศัลยแพทย์ เพื่อให้คนไข้ได้ผลลัพธ์สวยงาม ชั้นตาดูมีเสน่ห์ และปลอดภัยต่อสุขภาพดวงตามากที่สุด

รีวิวแก้ปัญหาหนังตาตก
รีวิวศัลยกรรมแก้ไขหนังตาตก
รีวิวแก้หนังตาตก
แก้หนังตาตกและชั้นตาหลบใน
เคสคนไข้แก้ไขหนังตาตก
แก้ไขหนังตาตก-sui.
แก้ปัญหาหนังตาตกในผู้สูงอายุ
ทำเอนโดไทน์แก้หนังตาตก

สรุป

ปัญหาหนังตาตกส่งผลกระทบอย่างมากต่อทั้งด้านสุขภาพการมองเห็นและความมั่นใจในตนเอง ดังนั้น การแก้ไขที่ตรงจุดและปลอดภัยจึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์เฉพาะทางและการเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาของแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ 

เอกสารอ้างอิง

1. Ptosis (Droopy Eyelid). (2023). แหล่งข้อมูล : https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/14418-ptosis-droopy-eyelid 

2. Rachael Ajmera. (2025). Ptosis: Droopy Eyelid Causes and Treatment. แหล่งข้อมูล : https://www.healthline.com/health/eyelid-drooping 

3. How To Fix Droopy Eyelids, Circles and Sags. (2022). แหล่งข้อมูล : https://health.clevelandclinic.org/the-best-options-for-droopy-eyelids-circles-and-sags 
4. Eyelid problems. (2023). แหล่งข้อมูล : https://www.nhs.uk/symptoms/eyelid-problems/

5. https://www.ksaps.or.kr/upload/journal/Ksaps18-1-03.pdf

สาระน่ารู้เกี่ยวกับศัลยกรรมที่เกี่ยวข้อง