ดอลลี่อาย คือ ต่างจากถุงใต้ตาไหม
ทีมแพทย์ SU:I
ทีมแพทย์ SU:I

ดอลลี่อาย (dolly eyes) คืออะไร? แตกต่างจากถุงใต้ตายังไง? ทำได้ด้วยวิธีไหนบ้าง

ดอลลี่อาย คือ ต่างจากถุงใต้ตาไหม

ดอลลี่อาย

ดอลลี่อาย (Dolly eyes) เป็นเทรนความงามอย่างหนึ่งที่หลายๆคนให้ความสน เนื่องจากสามารถช่วยให้ดวงตาของคุณมีความสวยงาม ดูน่ารัก สดใส กลมโต ดูหวาน ในแบบฉบับของสาวเกาหลี แต่ก็มีหลายคนที่สับสนคิดว่าการมีถุงใต้ตาคือ ดอลลี่อาย (Dolly eyes) เนื่องจากอยู่ในบริเวณที่ใกล้เคียงกัน จึงทำให้ยังแยกไม่ออกว่าดอลลี่อายกับถุงใต้ตาว่ามีความแต่งกันอย่างไร

เลือกหัวข้ออ่านได้เลย

ดอลลี่อาย (dolly eyes) คืออะไร?

ดอลลี่อาย dolly eyes คือ

ดอลลี่อาย (Dolly Eyes, Love Bands, หรือ Aegyo sal) คือ กล้ามเนื้อบริเวณขอบตาล่างในส่วน Orbicularis Oculi ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อส่วนที่อยู่รอบดวงตา มีลักษณะโค้งนูนออกมาบริเวณใต้ตา ติดกับแนวขนตา มักจะนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเวลายิ้มหรือหัวเราะ ดังนั้นการมีดอลลี่อายจึงทำให้ใบหน้าดูเด็กลง ซึ่งเป็นเทรนด์ความงามที่มาจากประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น ที่เสริมให้ใต้ตา เหมือนตุ๊กตา ดูสดใส่น่ารัก

ดอลลี่อาย เกิดจากอะไร

Dolly eyes หรือ Love band จะเป็นลักษณะของขอบตาล่างที่ดูตุ่ยๆ เหมือนตุ๊กตา ช่วยเพิ่มใบหน้าดูสดใสอ่อนเยาว์ขึ้น ซึ่งดอลลี่อายเกิดขึ้นได้ 2 แบบ ได้แก่

  • ดอลลี่อายธรรมชาติ คือ Dolly eyes ที่เกิดจากมัดกล้ามเนื้อ Orbicularis oculi บริเวณขอบตาล่างที่มีลักษณะหนา นูนออกมาเล็กน้อย จะเห็นได้ชัดเวลาที่กำลังยิ้ม ซึ่งดอลลี่อายที่เกิดจากกล้ามเนื้อชนิดนี้จะมีได้กับทุกคน โดยเฉพาะตอนที่ยังเด็ก (แต่ละคนจะมีในปริมาณที่แตกต่างกันออกไป)
  • ดอลลี่อายที่จากการทำ คือการศัลยกรรม Dolly Eyes โดยการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อไขมัน ด้วยการฉีดเซลล์ไขมัน หรือการฉีดสารเติมเต็มชนิด Hyaluronic Acid หรือ HA เข้าไปบริเวณใต้ดวงตา ชิดขอบแนวขนตา เพื่อเพิ่มความนูนให้กับผิวตามความโค้งของขอบตาล่าง ซึ่งจะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับรอยยิ้มและดวงตาดูสดใสเป็นธรรมชาติ

ดอลลี่อายกับถุงใต้ตาเหมือนกันไหม?

ดอลลี่อาย กับ ถุงใต้ตา

มีหลายคนที่เข้าใจผิดว่าดอลลี่อาย(dolly eye) กับถุงใต้ตาเหมือนกัน แต่จริงๆแล้วทั้ง 2 อย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ดอลลี่อาย(dolly eye) เป็นกล้ามเนื้อรองรับขอบตาล่าง (obicularis rolls) มีลักษณะผิวหนังโค้งนูนออกมาบริเวณใต้ตา ดูตึงกระชับและเป็นขอบชัดเจนติดกับแนวขนตาซึ่งเป็นเทรนด์ความงามจากประเทศเกาหลีที่ได้รับความนิยมสูงมากในประเทศไทย เพราะเป็นการเพิ่มเพิ่มเสน่ห์ความสดใสให้กับดวงตาแถมยังช่วยทำให้ใบหน้าดูน่ารัก และดูเด็กลง

ถุงใต้ตา (Eye bags) คือ ลักษณะของขอบตาล่างที่เกิดจากไขมันลงมาค้างใต้ผิวหนัง ทำให้ใต้ตามีลักษณะตุ่ยเป็นถุงไขมัน บวม นูนออกมา กินพื้นที่กว้างตั้งแต่บริเวณรอบตาล่างลงมาถึงใต้ตา ทำให้ใต้ตามีลักษณะคล้ำ มีริ้วรอย ความหย่อนคล้อย ใบหน้าดูมีอายุและอิดโดย ซึ่งตรงข้ามกับมากกว่า dolly eye ทำให้ใบหน้าดูโทรมหมดความสดใส

ดอลลี่อาย ผู้หญิงกับผู้ชาย ต่างกันไหม?

การทำดอลลี่อายไม่ได้มีเฉพาะในผู้หญิง แต่ผู้ชายก็นิยมทำดอลลี่อายด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ชายที่ต้องการรับรูปหน้าให้ดูหน้าหวาน น่ารักขึ้น ซึ่งการทำดอลลี่อายของผู้หญิงกับผู้ชายนั้นไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก ซึ่งอาจมีเพียงแค่ขนาดความหนาของดอลลี่อายเท่านั้นที่แตกต่างกัน เพื่อปรับให้เข้ากับรูปทรงของใบหน้า ซึ่งเทรนของ dolly eye ผู้ชายและผู้หญิงกำลังเป็นที่นิยมมากในญี่ปุ่นและเกาหลี

อยากมีดอลลี่อาย ทำได้ด้วยวิธีไหนบ้าง?

วิธีทำดอลลี่อาย

การทำดอลลี่อายเป็นการเทคนิคในการปรับแต่งเพื่อให้เกิดมัดกล้ามเนื้อที่อยู่ขอบตาล่าง มักจะเกิดขึ้นบริเวณใต้ดวงตาในระหว่างที่กำลังยิ้ม ส่งผลทำให้ใบหน้าให้ดูน่ารัก ดูฉ่ำ แบ๊ว สดใสขึ้น ซึ่งวิธีที่จะทำดอลลี่อายที่ดูเป็นธรรมชาติมี 2 วิธีดังนี้

ฉีดฟิลเลอร์ดอลลี่อาย

การฉีดฟิลเลอร์ดอลลี่อาย เป็นการใช้สารเติมเต็ม ประเภท Hyaluronic Acid ฉีดเข้าไปบริเวณขอบตาล่างตามแนวชิดตาเพื่อเพิ่มความนูนและความหนา ซึ่งวิธีนี้เป็นหัตถการที่ใช้เวลาไม่นาน และเห็นผลลัพธ์ได้ทันที แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ถาวร ต้องมีการฉีดเติมซ้ำทุก 3-6 เดือน นอกจากนี้ยังต้องเลือกฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสำหรับการฉีดใต้ตาอีกด้วย เนื่องจากชั้นผิวมีความบางอาจทำให้ฟิลเลอร์เป็นก้อนได้ง่าย

ฉีดไขมัน ดอลลี่อาย

การฉีดไขมัน ดอลลี่อาย เป็นการนำไขมันจากส่วนอื่นของร่างกาย มาผ่านกระบวนการสกัด (Fat transfer) เพื่อให้ได้เซลล์ไขมันที่มีคุณภาพ และมีความบริสุทธิ์ จากนั้นนำกลับมาฉีดบริเวณใต้ตา เพื่อปรับให้ใต้ตาดูมาความสดใส อ่อนเยาว์ และช่วยให้ใบหน้าดูน่ารักมากยิ่งขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากการฉีดไขมันดอลลี่อาย จะเป็นผลลัพธ์แบบถาวร

การทำดอลลี่อาย เหมาะกับใคร?

ดอลลี่อายเหมาะกับใคร

ดอลลี่อาย (Dolly Eyes) เป็นเทคนิคที่ช่วยเปลี่ยนแววตา ให้ดูละมุนและมีเสน่ห์ขึ้นอย่างประหลาดค แต่มันจะเห็นผลลัพธ์ที่จึ้งที่สุดกับกลุ่มคนที่มีลักษณะพื้นฐานดังนี้

1. ผู้ที่มีใบหน้าดูดุ หรือดูเคร่งขรึมตลอดเวลา

บางคนแม้จะไม่ได้โกรธใคร แต่โครงสร้างดวงตาที่เรียบแบนหรือหางตาชี้อาจทำให้หน้าดูดุ การเพิ่มดอลลี่อายจะช่วยเติม “ความโค้งมน” ให้กับดวงตา ทำให้ใบหน้าดูเป็นมิตร อ่อนโยน และดูเข้าถึงง่ายขึ้นทันที

2. ผู้ที่มีปัญหา “ใต้ตาแบน” หรือ “ตาโหล”

คนที่มีพื้นที่ใต้ตาเรียบราบไปกับโหนกแก้ม มักจะทำให้ดวงตาดูไม่มีมิติและดูอิดโรย การสร้างมัดกล้ามเนื้อจำลอง (ดอลลี่อาย) ขึ้นมา จะช่วยเติมเต็มร่องลึกใต้ตาให้ดูเต็มและสดใสเหมือนคนพักผ่อนเพียงพอ

3. ผู้ที่ต้องการ “ลดอายุ” (Baby Face Look)

ดอลลี่อายคือสัญลักษณ์ของความอ่อนเยาว์ เพราะโดยปกติเด็กๆ จะมีมัดกล้ามเนื้อตาที่ชัดเจน การทำดอลลี่อายจึงเป็นทางลัดที่ช่วยให้ใบหน้าดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องทำศัลยกรรมดึงหน้าส่วนใหญ่

4. ผู้ที่แต่งหน้าสายเกาหลี (K-Beauty) เป็นประจำ

หากคุณเสียเวลาไปกับการเขียน Highlight และ Shading ใต้ตาทุกเช้าเพื่อให้มี Aegyo-sal การทำดอลลี่อายถาวรจะช่วยประหยัดเวลาได้มหาศาล และที่สำคัญคือมันดูเนียนกว่าการใช้เครื่องสำอาง เพราะมีมิติความนูนที่เป็นของจริง ไม่ว่าจะหันมุมไหนก็ดูสวย

5. ผู้ที่มีดวงตาเล็กหรือตาชั้นเดียว

การมีดอลลี่อายจะช่วย “ขยาย” ขอบเขตดวงตาในเชิงสายตา ทำให้ตาดูโตขึ้น กลมมนขึ้น และดูสมดุลกับสัดส่วนใบหน้ามากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อทำควบคู่กับการศัลยกรรมตาสองชั้น

การทำดอลลี่อาย ไม่เหมาะกับใคร?

การทำดอลลี่อายไม่เหมาะกับใคร

แม้จะเป็นหัตถการยอดฮิตที่ช่วยให้หน้าดูเด็กลงและตาหวานขึ้น แต่ก็ใช่ว่าจะเหมาะกับทุกคน มีกลุ่มบุคคลบางประเภทที่ควรหลีกเลี่ยงหรือต้องปรึกษาศัลยแพทย์อย่างละเอียดเป็นพิเศษ ดังนี้

1. ผู้ที่มีถุงใต้ตาแท้ (Eye Bags) ขนาดใหญ่

หากคุณมีถุงใต้ตาที่เกิดจากไขมันปูดออกมาตามวัย หรือที่เรียกว่า “ถุงใต้ตาหย่อนคล้อย” การไปเติมดอลลี่อายทับลงไปจะยิ่งทำให้ใต้ตาดูบวมหนาและตุ่ยเหมือนคนไม่ได้นอนมาหลายวัน แทนที่จะดูแบ๊ว กลับจะทำให้ดูเหนื่อยล้าและมีอายุมากขึ้น

  • ทางแก้: ควรผ่าตัดจัดเรียงไขมันใต้ตา (Lower Blepharoplasty) ให้เรียบเนียนก่อน แล้วจึงค่อยพิจารณาทำดอลลี่อายในภายหลัง

2. ผู้ที่มีผิวหนังใต้ตาหย่อนคล้อยมาก

ในกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีผิวบริเวณตาล่างขาดความยืดหยุ่น การฉีดฟิลเลอร์หรือเติมไขมันเพื่อทำดอลลี่อายอาจทำให้ผิวรับน้ำหนักไม่ไหว จนเกิดอาการ “ผิวห้อย” หรือเห็นเป็นก้อนไม่เรียบเนียนตามแนวขอบตา

  • ทางแก้: อาจต้องใช้การผ่าตัดยกกระชับผิวหนังส่วนเกินออกก่อน

3. ผู้ที่มีปัญหาเรื่องการระบายน้ำเหลืองหรือตาบวมง่าย

หากคุณเป็นคนที่ตื่นมาแล้วตาบวมเป่งเป็นประจำ หรือมีปัญหาเรื่องระบบหมุนเวียนน้ำเหลืองบริเวณใบหน้า การเติมสารเติมเต็มเข้าไปอาจไปขัดขวางการระบายน้ำเหลือง ทำให้ดอลลี่อายดูบวมฉึ่ง (Sausage effect) ตลอดเวลา ไม่ยุบลงตามธรรมชาติ

4. ผู้ที่มีการติดเชื้อหรืออักเสบบริเวณดวงตา

ไม่ว่าจะเป็นตากุ้งยิง เยื่อบุตาอักเสบ หรือผิวหนังรอบดวงตามีผื่นคัน/แผลสด ควรรักษาให้หายขาดก่อน 100% เพราะการทำหัตถการใกล้ดวงตาเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคเข้าสู่ดวงตาได้ง่ายมาก

5. ผู้ที่มีความคาดหวังไม่สมจริง (Unrealistic Expectations)

ดอลลี่อายที่ดีต้องมีสัดส่วนที่พอเหมาะ (ประมาณ 3-5 มิลลิเมตร) หากต้องการให้หนาหรือชัดเกินไปจนผิดธรรมชาติ จะทำให้หน้าดู “แปลก” มากกว่า “สวย” โดยเฉพาะเวลาไม่ได้ยิ้ม หน้าจะดูแข็งและเหมือนมีตัวหนอนเกาะอยู่ที่ขอบตา

ฉีดดอลลี่อาย VS ศัลยกรรมดอลลี่อาย เลือกแบบไหนดี

การทำดอลลี่อายเป็นการเพิ่มเสน่ห์ให้กับดวงตา ช่วยให้ดวงตาดูสดใสขึ้น ซึ่งเทคนิการทำดอลลี่อายในปัจจุบันสามารถทำได้ 2 เทคนิคด้วยกัน ได้แก่การฉีดดอลลี่อาย ฟิลเลอร์ และศัลยกรรมดอลลี่อายด้วยการฉีดไขมัน แต่ก่อนการทำดอลลี่อาย (Dolly eye) ควรเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองดังนี้

การฉีดดอลลี่อาย ฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์ทำดอลลี่อาย เป็นการฉีดสารเติมเต็มประเภท hyaluronic acid เข้าไปที่บริเวณขอบตาล่างชิดกับแนวขนตาตามรูปทรงตาของแต่ละคน ในปริมาณ 1-2 CC จากนั้นแพทย์จะทำการเกลี่ยฟิลเลอร์ให้โค้งเสมอกัน เพื่อให้ตัวฟิลเลอร์มีความเรียบเนียน เหมือนกับดอลลี่อายที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งหลังการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอาจมีอาการบวม 2-3 วัน และจะยุบบวมเต็มที่ใน 7-14 วัน

  • เหมาะกับใคร : เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มมิติให้ดวงตาแบบเร่งด่วน ด้วยการทำดอลลี่อายที่เห็นผลชัดเจนทันที โดยไม่ต้องเจ็บตัวหลายที่ ไม่ต้องการผลลัพธ์ที่ถาวร และไม่ต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้น
  • ราคา : การฉีดดอลลี่อายด้วยฟิลเลอร์ราคาจะขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ที่ใช้ ความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ทำหัตถการ และโปรโมชั่นของแต่ละคลินิก โดยจะมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักพัน ไปจนถึงหลักหมื่น

ศัลยกรรมดอลลี่อาย

ศัลยกรรมดอลลี่อาย หรือการฉีดไขมันใต้ตาเป็นการทำศัลยกรรมอย่างหนึ่งที่เพิ่มความหนาให้กับขอบตาด้วยไขมันตัวเอง โดยศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อดูเอาไขมันจากส่วนอื่นๆของร่างกาย จากนั้นนำไปปั่นแยกสกัดเอาสเต็มเซลล์ออกมาใช้ ผสมกับเนื้อเยื่อไขมันแล้วนำไปฉีดบริเวณใต้ตาชิดแนวขนตา ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ใต้ตามีนูนที่พอดี สามารถให้ผลลัพธ์ที่ถาวร มีความเป็นธรรมชาติสูง และไม่ทำให้ใต้ตาเป็นก้อน

  • เหมาะกับใคร : เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตา ใต้ตาลึกมีริ้วรอยและความหมองคล้ำ รวมถึงผู้ที่ต้องการได้ผลลัพธ์ที่ถาวรดูเป็นธรรมชาติ
  • ราคา : การทำศัลยกรรมกอลลี่อายก็มีหลายราคาตั้งแต่หลักหมื่นต้นๆ ไปจนถึงหลักแสน ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับเทคนิคและความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์

ประโยชน์การศัลยกรรมดอลลี่อาย

ประโยชน์ของการทำศัลยกรรมดอลลี่อาย

ดอลลี่อาย (Dolly Eyes) ไม่ได้เป็นเพียงแค่การทำให้ใต้ตาดูตุ่ยขึ้นมาเท่านั้น แต่ในทางศัลยกรรมตกแต่งโดยเฉพาะที่ SU:I Plastic Surgery ประเทศเกาหลี คือการปรับสมดุลมิติของใบหน้าส่วนกลาง (Mid-face) ให้สมบูรณ์แบบ ซึ่งมีประโยชน์หลัก ๆ ดังนี้

1. ปรับใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ (Rejuvenation)

ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดคือการโกงอายุ  ตามสรีรวิทยาแล้ว เด็กและวัยรุ่นจะมีมัดกล้ามเนื้อรอบดวงตาที่เต่งตึงและเด่นชัด การสร้างดอลลี่อายจึงเป็นการจำลองลักษณะของดวงตาในวัยเยาว์กลับมา ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูเด็กกว่าอายุจริง

2. เปลี่ยนดวงตาให้ดู “กลมโต” และมีมิติมากขึ้น

การมีแถบกล้ามเนื้อนูนบริเวณขอบตาล่าง จะช่วยหลอกสายตาให้พื้นที่ของดวงตาดูขยายกว้างขึ้นในแนวตั้ง ทำให้ตาที่ดูเล็กหรือตาชั้นเดียวดูมีเสน่ห์ กลมมน และดู “ตื่น” ตลอดเวลา ไม่ดูง่วงนอนหรืออิดโรย

3. พรางรอยคล้ำและร่องลึกใต้ตา

สำหรับคนที่มีปัญหาร่องน้ำตา (Tear Trough) ลึก จนทำให้ใต้ตาดูดำคล้ำเหมือนหมีแพนด้า การทำดอลลี่อายด้วยเทคนิคฉีดฟิลเลอร์หรือไขมัน จะช่วยไปเติมเต็มร่องลึกนั้นให้ตื้นขึ้น แสงที่ตกกระทบใบหน้าจะเปลี่ยนไป ทำให้ใต้ตาดูสว่างและสดใสขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งคอนซีลเลอร์หนาๆ 

4. เสริมเสน่ห์ให้กับ “รอยยิ้ม” (The Power of Smiling Eyes)

คนที่มีดอลลี่อายชัดเจน เวลาพยายามยิ้มหรือแม้แต่ยิ้มมุมปาก ดวงตาจะดู “ยิ้มตาม” ไปด้วย (Smiling Eyes) ซึ่งช่วยสร้างบุคลิกภาพที่ดูเป็นมิตร จริงใจ และน่าเอ็นดู เป็นเสน่ห์ดึงดูดใจที่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้สบตา

5. แก้ไขสัดส่วนใบหน้าที่ยาวเกินไป

ในทางความงาม หากใครที่มีระยะห่างระหว่างดวงตากับโหนกแก้มยาวเกินไป (Long Mid-face) จะทำให้หน้าดูแก่ การมีดอลลี่อายจะช่วย “ตัดขอบเขต” พื้นที่ว่างบริเวณใต้ตา ทำให้ระยะใบหน้าส่วนกลางดูสั้นลงและได้สัดส่วนที่สมดุล (Golden Ratio) มากขึ้น

การเตรียมตัวก่อนทำดอลลี่อาย

[รูป info]

การเตรียมร่างกายให้พร้อมเป็นจุดเริ่มต้นของผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

  • งดยาและอาหารเสริม: หลีกเลี่ยงแอสไพรริน, ไอบูโพรเฟน, วิตามินอี, น้ำมันปลา และสารสกัดจากโสม อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพราะส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • งดแอลกอฮอล์และบุหรี่: อย่างน้อย 1 สัปดาห์ ก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยงการอักเสบและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
  • แจ้งประวัติสุขภาพ: หากมีโรคประจำตัวหรือประวัติการแพ้ยา (โดยเฉพาะยาชา) ต้องแจ้งทีมงาน SR Surgery เพื่อส่งข้อมูลให้คุณหมอที่ SU:I ประเมินก่อนเดินทาง
  • เตรียมสภาพจิตใจและร่างกาย: พักผ่อนให้เพียงพอ และงดการแต่งหน้าจัดในวันที่เข้ารับบริการ

ขั้นตอนการทำดอลลี่อาย 

ไม่ว่าจะเป็นการฉีดฟิลเลอร์หรือการผ่าตัดเล็ก ขั้นตอนที่เกาหลีจะมีความละเอียดสูงมาก

  1. Consultation: คุณหมอจะวิเคราะห์มิติของใบหน้าและวาดโครงสร้างดอลลี่อายที่รับกับโหนกแก้มและหางตา
  2. Anesthesia: ทำความสะอาดผิวและแปะยาชา (หรือฉีดยาชาเฉพาะจุด) เพื่อให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บระหว่างทำ
  3. Procedure:
    • กรณีฉีด: คุณหมอจะใช้เข็มปลายทู่ (Cannula) เพื่อลดการช้ำ ค่อยๆ เติมสารเติมเต็มในชั้นกล้ามเนื้อตา
    • กรณีผ่าตัด/เติมไขมัน: จะมีการเปิดแผลขนาดเล็กมากเพื่อวางเนื้อเยื่อเทียมหรือฉีดไขมันที่สกัดแล้วเข้าไป
  4. Refining: คุณหมอจะทำการจัดทรง (Molding) ให้ดอลลี่อายมีความโค้งมนและเท่ากันทั้งสองข้าง

การดูแลตัวเองหลังทำดอลลี่อาย

การดูแลตัวเองหลังทำดอลลี่อาย

ช่วง 1 สัปดาห์แรกคือช่วงนาทีทองในการรักษาดอลลี่อาย

  • ประคบเย็นบ่อย ๆ: ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวมและรอยช้ำ
  • งดสัมผัสรุนแรง: ห้ามนวด กด หรือขยี้ตาเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์หรือไขมันเคลื่อนที่ผิดรูป
  • หลีกเลี่ยงความร้อน: งดซาวน่า การอาบน้ำอุ่นจัด หรือการออกกำลังกายหนักๆ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
  • ท่านอนสำคัญมาก: แนะนำให้นอนหนุนหมอนสูงในช่วง 3-5 วันแรก เพื่อให้ของเหลวไม่คั่งบริเวณใต้ตา

ข้อดีของการทำดอลลี่อาย

  • Instant Beauty: เห็นการเปลี่ยนแปลงทันที หน้าดูเด็กลงและสดใสขึ้น
  • Natural Charm: ช่วยให้เวลายิ้มดูมีเสน่ห์ (Smiling Eyes) ดูเป็นมิตร
  • Confidence Boost: มั่นใจมากขึ้นแม้ไม่ได้แต่งหน้า เพราะดวงตามีมิติอยู่ตลอดเวลา
  • Safe & Minimal Recovery: หากทำที่ SU:I จะบวมช้ำน้อยมาก พักฟื้นสั้น บินกลับไปทำงานต่อได้เร็ว

ข้อเสียและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

  • อาการบวมช้ำ: เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ในช่วง 3-7 วันแรก
  • ความเป็นก้อน: หากใช้เทคนิคที่ไม่ถูกต้องหรือปริมาณมากเกินไป อาจเห็นเป็นลำหรือก้อนแข็ง (ซึ่งคุณหมอที่ SU:I มีเทคนิคพิเศษป้องกันเรื่องนี้โดยเฉพาะ)
  • การสลายตัว: กรณีใช้ฟิลเลอร์ ผลลัพธ์จะไม่อยู่ถาวร (ประมาณ 8-12 เดือน)
  • ความไม่สมมาตร: หากทำกับศัลยแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ ดอลลี่อายสองข้างอาจสูงต่ำไม่เท่ากัน

ทำดอลลี่อาย ราคาเท่าไหร่?

การทำดอลลี่อายศัลยกรรมดอลลี่อาย ด้วยเทคนิคเฉพาะที่เกาหลีโดยอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 54,000 บาท

ทำดอลลี่อาย ที่ไหนดี?

เนื่องจากการดอลลี่อายเป็นบริเวณที่อยู่ใกล้กับดวงตา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการพิจารณาเลือกสถานที่อย่างละเอียดรอบคอบดังนี้

  • เลือกทำกับศัลยแพทย์จักษุแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญสูง Dr. Ahn Tae Joo เป็นศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี จึงทำให้ที่ SUI มีเทคนิกการผ่าตัดขั้นสูง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยเป็นธรรมชาติ และมีความปลอดภัย
  • เลือกคลินิกเฉพาะทางอย่าง SUI Plastic Surgery ที่มี Dr. Ahn Tae Joo ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ได้รับการยอมรับจากศัลยแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งได้มีโอกาสเสนองานวิจัยกว่า 12 ครั้ง และรับเชิญในฐานะผู้บรรยายในงานวิชาการศัลยกรรมตกแต่งมกกว่า 60 ครั้ง
  • SUI Plastic Surgery มีระบบการผ่าตัดและดูแลคนไข้ด้วยตัวเองแบบ 1:1 โดย Dr. Ahn Tae Joo ศัลยแพทย์เจ้าของ จึงมั่นใจได้ว่าไม่มีการสลับตัวแพทย์ในขณะผ่าตัดอย่างแน่นอน
  • เลือกคลินิกที่มีความปลอดภัยสูง ห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐาน มีอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉิน มีไฟสำรองที่ใช้ในขณะผ่าตัด มีการเลือกใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์และตัวยาแท้ที่ได้มาตรฐาน ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยจากสำนักงานสาธารณสุข
  • มีวิสัญญีวิทยาผู้เชี่ยวชาญเป็น เป็นผู้วางยาสลบและคอยเฝ้าดูแบบเรียวไทม์ ผ่านจอภาพไลโอเมตริกตลอดการผ่าตัด
  • เลือกคลินิกที่มีโปรแกรมดูแลหลังการผ่าตัด เพื่อช่วยให้คนไข้สามารถฟื้นฟูหลังผ่าตัดได้อย่างรวดเร็ว เช่นการทำทรีทเมนต์ และเลเซอร์ลดบวม
  • มี follow up หลังผ่าตัดโดยศัลยแพทย์เจ้าของเคส

คำถามที่พบบ่อย

ฉีดดอลลี่อาย อันตรายไหม

การฉีดดอลลี่อายและการศัลยกรรมดอลลี่อาย ล้วนมีความเสี่ยงที่อาจเกิดอันตรายได้ง่าย เนื่องจากบริเวณใต้ตามีเส้นเลือดมากกว่าบริเวณอื่นๆ ดังนั้นกาาเลือกทำดอลลี่อายกับศัลยแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญ โดยใช้เทคนิคที่เหมาะสม ก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้

ดอลลี่อาย อยู่ได้นานแค่ไหน

สำหรับดอลลี่อายจากการฉีดสารเติมเต็มชนิดฟิลเลอร์ ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน และดอลลี่อายที่ได้จากการฉีดไขมันจะมีผลลัพธ์ที่ถาวร ซึ่งหลังการฉีดไปแล้ว 3 เดือน จะเห็นรูปทรงที่ชัดเจน มีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด

สรุป

ดอลลี่อายและถุงใต้ตานั้นมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยถุงใต้ตาจะเป็นถุงไขมันที่มีขนาดใหญ่อยู่ที่บริเวณใต้ตา สามารถสังเกตได้ชัด เกิดขึ้นจากความหย่อนคล้อยพบมากเมื่อมีอายุเพิ่มขึ้น ทำให้ใบหน้าดูโทรมและดูมีอายุ แต่ดอลลี่อายจะเป็นมัดกล้ามเนื้อบริเวณขอบตาล่าง สามารถสังเกตได้ชัดในเวลายิ้มหรือหัวเรา ทำให้ใบหน้าดูเด็กลง ซึ่งในปัจจุบันการทำดอลลี่อายนิยมทำพร้อมกับการทำตา2ชั้น เพื่อปรับให้ดวงตามีความหวานละมุนเหมือนสาวเกาหลีมากยิ่งขึ้น

สาระน่ารู้เกี่ยวกับศัลยกรรมที่เกี่ยวข้อง